
ตั้งระบบเตือนภัยทุกโรงเรียนใต้ป้องเผาซ้ำ
ผบ.ทบ.ผุด “ทุ่งยางแดงโมเดล” ติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยแบบ รีโมททุกโรงเรียนใต้ป้องคนร้ายลอบเผาซ้ำ
ผบ.ทบ.ผุด “ทุ่งยางแดงโมเดล” ติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยแบบ รีโมททุกโรงเรียนใต้ป้องคนร้ายลอบเผาซ้ำ
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยภายหลังประชุมทางไกลกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่า ทาง ผบ.ทบ.ได้สั่งให้ดำเนินจัดทำ “ทุ่งยางแดงโมเดล” ติดตั้งระบบแจ้งสัญญาณเตือนภัยแบบรีโมททุกโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อป้องกันคนร้ายกลับมาก่อเหตุเผาโรงเรียนซ้ำรอยพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง 5 แห่ง และ อ.มายอ จ.ปัตตานี อีก 1 แห่ง เมื่อกลางดึกวันที่ 12 ต.ค. ทำให้อาคารเรียนได้รับความเสียหายทั้งหมด
พ.อ.พรรพต กล่าวอีกว่า ทาง ผบ.ทบ.ยังได้ให้จัดตั้งชุดอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหมู่บ้าน (อปพร.) ขึ้นมาดูแล ส่วนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทำหน้าที่ดูแลโรงเรียน และมอบหมายให้ชุดคุ้มครองตำบลทำหน้าที่ดูแลเส้นทางหมู่บ้าน ขณะเดียวกันยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลเยียวยาโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย ให้สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ ส่วนใหญ่จะเปิดเทอมในช่วงต้นเดือน พ.ย. หากซ่อมแซมไม่ทันเปิดภาคเรียนก็ให้เกลี่ย นักเรียนไปเรียนในโรงเรียนอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งการไว้ในที่ประชุม 6 ประเด็น ได้แก่ 1.เพิ่มปฏิบัติการในตอนกลางคืนมากขึ้น จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเฝ้าตรวจ ชุดสกัด และใช้อุปกรณ์พิเศษที่กองทัพจัดหาให้ 2.จัดให้มีศูนย์สื่อสารระดับตำบล เพื่อรายงานสถานการณ์ตลอดเวลา และเป็นการทดสอบความพร้อมอยู่เสมอ 3.ให้ทบทวน ซักซ้อม การรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรละเลยหลักพื้นฐานในการลาดตระเวน
4.การควบคุมพื้นที่และเส้นทางในพื้นที่ ขอให้ทบทวนว่าพื้นที่ใดล่อแหลมและส่งมอบให้กำลังประชาชนรับผิดชอบไปแล้ว หากมีความจำเป็นให้ส่งตำรวจตระเวนชายแดนและทหารเข้ามาช่วยเสริม 5.การตรวจค้นต้องไม่เหวี่ยงแห แต่ทำไปตามพยานหลักฐานที่มี 6.ไม่ต้องการให้เกิดเหตุซ้ำรอย และจะประเมินผลงานทุก 3 เดือน
ด้าน พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ผบ.ฉก.) คนใหม่ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายหน่วยงานในสังกัดเรื่องการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วน จะมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจ จะพาผู้หลงผิดกลับบ้าน จะให้ความปลอดภัยกับทุกคน รวมถึงจะขับเคลื่อนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาในพื้นที่ การสร้างอาชีพ การลดความหวาดระแวง การต่อสู้ด้วยอาวุธลดลง เน้นการสร้างความเข้าใจมากขึ้น สร้างความยุติธรรมให้มากขึ้น ขณะนี้ยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ประชาชนทุกคนต้องการให้เกิดสันติสุข







