
พิมพ์เขียวปฏิรูปตำรวจปลอดการเมือง-ตรวจสอบได้
เวียนมาบรรจบอีกครั้ง สำหรับ “วันตำรวจแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
เวียนมาบรรจบอีกครั้ง สำหรับ “วันตำรวจแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสดีที่จะสะท้อนการทำงานของตำรวจไทยในอนาคตว่าจะเดินไปในทิศทางไหน
“คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ” โดย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้จัดทำกรอบความเห็นแนวทางการปฏิรูปด้านต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ การปฏิรูปตำรวจให้กับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงาน ดังนี้
สภาพปัญหา ตำรวจเป็นองค์กรต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรมที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน ในสภาพปัจจุบันนั้นตำรวจมีโครงสร้างองค์กรที่ใหญ่และมีการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้การบริหารขาดประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในระดับชุมชน นอกจากนี้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นยังทำได้ง่าย ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการสอบสวน
กรอบความเห็น ภาคประชาชนมีข้อเสนอถึงการปฏิรูปงานตำรวจ 2 เรื่อง 1.การปรับโครงสร้างและการบริหารงานตำรวจ ต้องมีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางทั้งในส่วนการบังคับบัญชา บริหารงานบุคคล และงบประมาณ ตลอดจนการสั่งคดีไปที่ระดับจังหวัด คือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาคทั้ง 9 ภาค และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปจนถึงกระจายการบริหารจัดการระบบตำรวจในพื้นที่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบ
ข้อดีคือ องค์กรของตำรวจมีขนาดเล็กลง มีการกระจายอำนาจ และถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักสู่หน่วยงานระดับรองที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่มีสายการบังคับบัญชาที่สั้น มีความเป็นอิสระในการบริหารได้อย่างเบ็ดเสร็จมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัด คือ อาจได้รับการแทรกแซงจากนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพล
โครงสร้างตำรวจภูมิภาคใหม่ในรูปแบบกลุ่มจังหวัด
กำหนดให้ 1 กลุ่มจังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดใกล้เคียง 56 จังหวัด มีผู้บัญชาการกลุ่มจังหวัดและให้ผู้บังคับการจังหวัดของแต่ละจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจสูงสุดของจังหวัด ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดของกลุ่มจังหวัดนั้นๆ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระและเป็นกลางปลอดการเมือง ทั้งยังให้เพิ่มจำนวนตำรวจอาสาสมัครมาช่วยเหลืองานตำรวจอีกทางหนึ่ง และเพิ่มพนักงานสอบสวนหญิงให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีคดีที่มีความละเอียดอ่อน เช่น คดีเกี่ยวกับเพศ
ส่วนเรื่องสวัสดิการต้องมีการการปรับเงินเดือน สวัสดิการ การจัดหาทรัพยากรให้เพียงพอเหมาะสมกับการปฏิบัติงานและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของสังคม เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงพัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณธรรม และจริยธรรมตำรวจ เช่น เพิ่มความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพของงานสอบสวน การปรับปรุงสถานีตำรวจให้เป็นศูนย์บริการความปลอดภัยสังคมแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อยกระดับให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานสอบสวนกลาง โดยแยกงานสืบสวนออกจากงานสอบสวน เพื่อให้ระบบงานสอบสวนเป็นอิสระจากการบังคับบัญชามีขอบเขตชัดเจน และปรับปรุงคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ก.ตร. ให้มีคณะกรรมการนโยบายตำรวจและคณะกรรมการระดับย่อย รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับพฤติกรรมตำรวจ จนถึงมีคณะกรรมการตำรวจภาคประชาชนมีส่วนร่วมระดับชาติ ภูมิภาค และสถานีตำรวจ เพื่อให้มีกลไกเป็นอิสระเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
การปรับปรุงการทำงานของตำรวจเพื่อให้บังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ เสมอภาค และเป็นธรรมกับทุกกลุ่ม ถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของตำรวจไปให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบ เช่น งานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายรวดเร็ว
ส่วนระบบงานสอบสวนถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำคดีความ ต้องแยกอำนาจสืบสวนจับกุมออกจากงานสอบสวนกำหนดประเภทคดีอาญาแผ่นดินให้พนักงานสอบสวน และให้คดีลหุโทษหรือคดีที่ยอมความได้ให้ตำรวจ ซึ่งจะทำให้ระบบงานสอบสวนมีขอบเขตชัดเจน เป็นอิสระจากการบังคับบัญชา
สำหรับตัวกฎหมายปัจจุบันนั้นมีความล้าสมัยไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันต้องปรับปรุงสอดรับกัน ส่วนมาตรการคุ้มครองพยาน หรือรางวัลนำจับคดีร้ายแรง เพื่อเป็นแรงจูงใจให้การจับผู้ต้องสงสัยมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรตำรวจในด้านความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม จริยธรรม และการมีจิตอาสา ในการปฏิบัติงาน ต้องสร้างกลไกการตรวจสอบจากภายนอกให้ประชาชนร้องทุกข์ตรวจสอบการทำงานของตำรวจ ประชาชนเข้าถึงระบบงานตำรวจได้อย่างถูกต้องเสมอภาค สามารถป้องกันตนเองจากการถูกหลอก ระบบส่วย และอิทธิพลของผู้รู้กฎหมาย
การปฏิรูปตำรวจคือ 1 ใน 11 ด้านที่ สปช.ต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยน ซึ่งหลายฝ่ายจับตาบทบาทตำรวจในอนาคตว่าจะเดินในรูปแบบใด







