
สปช.จัดทัพพร้อมปฏิรูป
ปี่กลองปฏิรูปประเทศดังขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ปี่กลองปฏิรูปประเทศดังขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คนเป็นที่เรียบร้อย แม้ คสช.จะนั่งยันนอนยันแบบหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะไม่ยอมยกเลิกกฎอัยการศึกก็ตาม
โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการให้สมาชิก สปช.เข้ามารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สปช. เพื่อรับเอกสารและบันทึกประวัติบุคคลเข้าสู่ระบบการทำงานของสภา ซึ่งขั้นตอนนี้จะดำเนินไปถึงวันที่ 15 ต.ค. ก่อนที่จะนัดประชุม สปช.ครั้งแรกในวันที่ 21 ต.ค. เพื่อเลือกประธาน สปช. 1 คนและรองประธาน สปช. อีก 2 คน
นับจากนี้ไปอีก 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันชิงดำประธาน สปช.คงต้องจับตาความเคลื่อนไหวภายใน สปช.อย่างใกล้ชิด
โค้งสุดท้ายการชิงตำแหน่งประธาน สปช.เริ่มปรากฏผู้เข้าเส้นชัยแล้วคือ “เทียนฉาย กีระนันทน์” อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากมีผลงานด้านวิชาการ และการวิจัยเป็นที่ประจักษ์ทั้งในด้านรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ และเหนืออื่นใดในช่วงวิกฤตการเมืองที่ผ่านมาจุฬาฯ ทั้งในส่วนอาจารย์ ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน มีบทบาทค่อนข้างมากด้วย จึงเป็นแรงเชียร์ที่อยากให้คนจุฬาฯ ขึ้นมาเป็นผู้นำการปฏิรูป
ขณะที่ผู้ท้าชิงคนสำคัญอย่าง “ชัยอนันต์ สมุทวณิช” ราชบัณฑิตได้ขอถอนตัวจากตำแหน่งดังกล่าว เพราะในอดีตที่ผ่านมาเคยแสดงความคิดเห็นทางวิชาการในการวิพากษ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด จนทำให้ถูกมองเป็นคู่ขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหากเข้ามาทำหน้าที่ผู้นำ สปช.อาจไม่ส่งผลดีต่อ สปช.ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ชัยอนันต์จะขอผันตัวไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามโควตาของ สปช.แทน เพื่อไปผลักดันแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะการสร้างกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจตามหลักการของตัวเองให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมต่อไป
เมื่อคู่ชิงคนสำคัญถอนตัวจึงไม่แปลกที่เสียงสนับสนุนจะเทมาที่อาจารย์เทียนชัยเกือบ 100% เหลือเพียงแค่จะมีใครกล้าเสนอตัวเองเข้าชิงประธาน สปช.หรือไม่เท่านั้น โดยหากไม่มีใครก็เท่ากับว่าตำแหน่งประธาน สปช.คงจะแบเบอร์สมานฉันท์แบบไร้คู่แข่งเหมือนเมื่อครั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลือก “พรเพชร วิชิตชลชัย” เป็นประธาน สนช.
ส่วนตำแหน่งรองประธาน สปช.อีก 2 คน สปอร์ตไลต์ได้ฉายแสงมายัง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นตัวเต็งที่เตรียมเข้ามานั่งในเก้าอี้รองประธาน สปช.คนที่ 1 และอาจจะควบตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ตำแหน่งรองประธาน สปช.คนที่ 1 มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าประธาน สปช. เพราะส่วนใหญ่ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และแม่นยำในกระบวนงานนิติบัญญัติเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับประธาน สปช. ดังจะเห็นได้ว่าผู้ที่ทำหน้าที่รองประธานคนที่ 1 ในแต่ละสภาที่ผ่านมาล้วนเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญแทบทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เมื่อปี 2549 ที่ได้แต่งตั้ง “เสรี สุวรรณภานนท์” อดีต ส.ส.ร. ปี 2540 ทำหน้าที่รองประธาน ส.ส.ร. คนที่ 1 เพื่อช่วยงาน “นรนิติ เศรษฐบุตร” ประธาน ส.ส.ร. ในขณะนั้น หรือ สนช.ในปัจจุบันที่ได้แต่งตั้ง “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” อดีตรองประธานวุฒิสภา เป็นรองประธาน สนช.คนที่ 1 ซึ่งก็มีเหตุผลเพื่อแบ่งเบาภาระจากประธาน สนช.
ขณะเดียวกัน บวรศักดิ์ กำลังจะหมดวาระจากตำแหน่งเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นั่นหมายความว่าจะมีเวลาทุ่มเทกับภารกิจการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ยิ่งสนับสนุนให้ความเป็นไปได้ที่อาจารย์บวรศักดิ์จะควบเก้าอี้รองประธาน สปช.คนที่ 1 และประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มีมากขึ้น
สำหรับตำแหน่งรองประธาน สปช. คนที่ 2 น่าจะเป็นเก้าอี้ที่มีการแข่งขันสูงพอสมควรเมื่อ “ทัศนา บุญทอง” อดีตรองประธานวุฒิสภา ได้รับแรงเชียร์จากกลุ่มอดีต สว.สรรหาที่เข้ามาเป็น สปช.ในปัจจุบัน แต่ สปช.อีกกลุ่มกำลังขอแรงสนับสนุนเช่นกันเพื่อผลักดันให้ “เสรี สุวรรณภานนท์” อดีตรองประธาน ส.ส.ร. ขึ้นมารั้งตำแหน่งนี้ด้วย เพื่อไม่ต้องการให้กลุ่มอดีต สว. เข้ามาคุมอำนาจในสภามากเกินไป หลังจาก สนช.ได้มีอดีต สว.ถึงสองคนขึ้นมาทำหน้าที่รองประธาน สนช. ซึ่งการห้ำหั่นกันระหว่าง “เสรีทัศนา” คงต้องวัดพลังกันจนถึงวันสุดท้าย
ทั้งนี้ ถ้าประธาน สปช.เป็นของ “เทียนฉาย” รองประธาน สปช.คนที่ 1 เป็นของ “บวรศักดิ์” และรองประธาน สปช.คนที่ 2 เป็นของ “ทัศนา” เท่ากับว่าจะเป็นการสถาปนาเครือข่าย “จุฬาฯ คอนเนกชั่น” ในกระบวนการนิติบัญญัติครั้งใหญ่
โดยทั้งสามคนผนวกกับ “พรเพชร” ก็มีดีกรีเป็นศิษย์เก่าจุฬาฯ ต่างคณะ ยิ่งช่วยให้เครือข่ายทางการเมืองของจุฬาฯ มีความโดดเด่น มากขึ้น จากเดิมที่ “ธรรมศาสตร์คอนเนกชั่น” เคยมีบทบาทต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2549 ซึ่งสะท้อนจากตำแหน่งประธาน สนช.ของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เก้าอี้ประธาน ส.ส.ร. ของ “นรนิติ” หรือจะกรณีที่ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” ได้ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างฯ
ด้านการจัดสรรตำแหน่งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้น ในตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับอาจารย์บวรศักดิ์ เพราะเป็นชื่อเดียวในดวงใจของ คสช. เว้นเสียแต่อาจารย์มีชัยในฐานะสมาชิก คสช.จะคืนสนามอีกครั้ง ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจารย์บวรศักดิ์อาจต้องหลบให้อาจารย์มีชัยเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และตัวเองจะไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างฯ แทน
ส่วน “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี มีแนวโน้มว่าจะไม่เข้ามาร่วมวงการเขียนรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลทางกฎหมายและการเมือง
กล่าวคือ ถ้าอาจารย์วิษณุตัดสินใจมาเป็นกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องออกจากตำแหน่งรองนายกฯ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 บัญญัติห้ามไม่ให้รัฐมนตรีมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว และถ้าวิษณุพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯ ด้านกฎหมาย จะกระเทือนต่อการทำงานในด้านนี้ทันที เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ไว้วางใจมือกฎหมายคนไหนเท่ากับอาจารย์วิษณุ
ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า สปช.ได้จัดแม่ทัพนายกองเสร็จสมบูรณ์พร้อมปฏิบัติภารกิจปฏิรูปประเทศแล้ว เหลือเพียงการประสานความคิดของ สปช. 250 คน ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศที่เป็นรูปธรรม
และไม่เสียของในอนาคต







