
เทศกาลท่องเที่ยวที่กิมเจเกาหลีใต้ (ตอนแรก)
สัปดาห์นี้ผู้เขียนขอนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว กีฬาและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีในเมืองกิมเจ ประเทศเกาหลีใต้ และกำลังเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งที่ผู้เขียนกำลังพูดถึงได้แก่ “งานเทศกาลสุดขอบฟ้าที่กิมเจ” ซึ่งอยู่ที่เมืองกิมเจทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ติดกับทะเลเหลือง ห่างจากกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ไปประมาณ 196 กิโลเมตร
สัปดาห์นี้ผู้เขียนขอนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว กีฬาและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีในเมืองกิมเจ ประเทศเกาหลีใต้ และกำลังเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งที่ผู้เขียนกำลังพูดถึงได้แก่ “งานเทศกาลสุดขอบฟ้าที่กิมเจ” ซึ่งอยู่ที่เมืองกิมเจทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ติดกับทะเลเหลือง ห่างจากกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้ไปประมาณ 196 กิโลเมตร
ถามว่าทำไมต้องเขียนเรื่องงานเทศกาลในเกาหลีใต้ คำตอบคือ 1) ต้องการให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบแท็กติกและเบื้องหลังการจัดงานที่น่าทึ่ง และสามารถเก็บมาเป็นแง่คิดในการพัฒนาการจัดเทศกาลในบ้านเราได้ 2) ต้องการให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบถึงวิธีการประชาสัมพันธ์ของงานเทศกาลที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติให้เข้าไปเที่ยวได้อย่างมากมายมหาศาลในแต่ละปี และ 3) ต้องการให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบถึงแนวคิดในการพัฒนางานเทศกาลเล็กให้กลายเป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ประเทศเกาหลีใต้เขาทำกันอยู่และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี
เรามาเริ่มกันที่ประวัติศาสตร์ของเมืองกิมเจกันก่อนเลยนะครับ เมืองกิมเจเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดชลลาบุกโด มีประวัติศาสตร์ความเป็นมานานกว่า 2,000 ปี และยังถือว่าเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ คล้ายๆ กับภาคกลางของประเทศไทยในสมัยก่อน เมืองกิมเจมีประชากร 9 หมื่นกว่าคน ทว่ายังมีความเป็นเมืองต่างจังหวัดที่คงความสวยงามทางธรรมชาติโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งถือเป็นฤดูเก็บเกี่ยวของชาวเกาหลีใต้ และการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านการเกษตร เช่น การเกี่ยวข้าวแบบพื้นเมืองไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เมืองกิมเจมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งทางด้านการเกษตรและด้านศาสนา วัฒนธรรมหลายแหล่ง เช่น วัดกึมซานซ่า วัดพุทธนิกายมหายาน ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมากว่า 1,400 ปี ภายในมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก นอกจากนั้นก็ยังมีวัดมังแฮซา ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้กัน ยังไม่นับรวมถึงสถานที่สวยงามทางธรรมชาติ โดยเฉพาะทุ่งนาข้าวสีเหลืองทอง ที่เรียงรายอยู่สองข้างทางไปทั่วเมืองกิมเจ สลับกับตึกและอาคารสมัยใหม่ โรงแรมขนาดเล็กและกลาง และศูนย์การค้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง
สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของเมืองกิมเจ ได้แก่ งานเทศกาลสุดขอบฟ้า ที่คณะผู้บริหารเมืองกิมเจ นำโดยนายกเทศมนตรี ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานอีกหลายฝ่าย จัดเป็นเทศกาลประจำปี ทุกช่วงต้นเดือน ต.ค. จนโด่งดังไปทั่วโลก ในบรรดานักท่องเที่ยวทั้งในและนอกเกาหลีใต้ แท็กติกของการจัดงาน ได้แก่ การผสมผสานเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นด้านการเกษตร วัฒนธรรมการละเล่นพื้นเมืองต่างๆ ที่มีมานาน และการแข่งขันกีฬามาไว้ในงานเดียวกัน รวมถึงนำเอาสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งของกินและของใช้มาจัดแสดงตามซุ้มต่างๆ ซึ่งรวมทั้งการจัดให้มีการจัดทำ “ซุ้มอาหารนานาชาติ” ไว้บริการให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวได้รับประทานกันอย่างเต็มอิ่มหลังจากชมกิจกรรมอื่นๆ แล้ว
สัปดาห์หน้า ผมจะมาชี้ถึงกลยุทธ์และวิธีการประชาสัมพันธ์ของเกาหลีใต้ที่มีประสิทธิภาพ จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างล้นหลาม







