
ปิดบ่อน้ำมันบ่อก๊าซในประเทศให้หมดเลยดีไหม!
ระยะนี้มีผู้ส่งข้อความรวมทั้งรูปภาพเป็นแบบ Info Graphic ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เรียกร้องให้ปิดบ่อน้ำมันและบ่อก๊าซในประเทศให้หมด เพื่อเก็บทรัพยากรปิโตรเลียมอันมีค่าเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต แล้วให้ไปนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศมาใช้แทน โดยบอกว่าคนไทยคงไม่กระทบอะไรเท่าไร เพราะถึงจะใช้น้ำมันและก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศ ก็ต้องอิงราคาในตลาดโลกอยู่แล้ว
ระยะนี้มีผู้ส่งข้อความรวมทั้งรูปภาพเป็นแบบ Info Graphic ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เรียกร้องให้ปิดบ่อน้ำมันและบ่อก๊าซในประเทศให้หมด เพื่อเก็บทรัพยากรปิโตรเลียมอันมีค่าเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต แล้วให้ไปนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศมาใช้แทน โดยบอกว่าคนไทยคงไม่กระทบอะไรเท่าไร เพราะถึงจะใช้น้ำมันและก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศ ก็ต้องอิงราคาในตลาดโลกอยู่แล้ว
ความคิดนี้ยังได้ถูกขยายความไปถึงการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 อีกด้วยว่า ไม่ต้องรีบร้อนเปิดสัมปทานไปหรอก เพราะถ้าพบน้ำมันหรือก๊าซธรรมขาติ คนไทยก็ต้องใช้ในราคาตลาดอยู่ดี สู้เก็บเอาไว้เป็นสมบัติให้ลูกหลานดีกว่า อีก 20-30 ปีค่อยขุดขึ้นมาใช้ ถึงตอนนั้นมูลค่าจะเพิ่มขึ้นกว่านี้อีกมาก ตอนนี้ก็ซื้อเขามาใช้ไปก่อน
ผมไม่ทราบว่าคนที่เริ่มต้นเผยแพร่ความคิดอย่างนี้เป็นใคร และเขาคิดอย่างนี้จริงๆ หรือไม่ หรือเพียงแค่อยากจะประชดว่า ทำไมของที่เราผลิตได้เองในประเทศ ต้องขายให้คนไทยในราคาตลาดโลกด้วย เลยเสนอให้ปิดบ่อน้ำมัน บ่อก๊าซกันเสียเลย
แต่ถ้าเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ผมก็อยากจะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ และเป็นความคิดที่อันตรายต่ออนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
จริงอยู่ที่ปัจจุบันเราใช้ราคาตลาดเป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายน้ำมันดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทย เพื่อเก็บค่าภาคหลวงและภาษีจากกำไรของผู้ประกอบการ ถ้ากำหนดราคา ซื้อขายต่ำ รายได้ของรัฐก็จะต่ำไปด้วย และ ผู้ประกอบการก็จะไม่มีแรงจูงใจในการมาลงทุนสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมในประเทศไทย
แต่น้ำมันดิบที่ผลิตได้ในประเทศนั้นมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้ โดยเราผลิตได้เองเพียง 1.49 แสนบาร์เรล/วัน (ใช้วันละ 8.98 แสนบาร์เรล) ดังนั้นถึงแม้เราจะปิดหลุมน้ำมันทั้งหมดในประเทศ ก็คงจะไม่กระทบอะไรสักเท่าไร เพราะคงทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันมากขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ปัญหาใหญ่มันจะอยู่ที่ก๊าซธรรมชาติครับ เพราะราคาก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศไม่ได้อิงราคาตลาดโลก (เพราะก๊าซไม่มีราคาตลาดโลก ที่พูดกันถึงราคาก๊าซ Henry Hub นั้น เป็นราคาอ้างอิงเฉพาะในตลาดสหรัฐเท่านั้น)
ทุกวันนี้เราผลิตก๊าซธรรมชาติได้เองประมาณ 3,650 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน คิดเป็น 80% ของความต้องการทั้งหมดของประเทศ ถ้าปิดหลุมผลิตก๊าซทั้งหมด นั่นหมายความว่าเราจะต้องหันไปนำเข้าก๊าซปริมาณมากมายมหาศาลจากต่างประเทศ และการนำเข้าก๊าซในปริมาณมากมายขนาดนั้น ไม่มีประเทศเพื่อนบ้านรายไหนเขามีศักยภาพที่จะมาต่อท่อก๊าซขายให้เราหรอกครับ นั่นหมายความว่าเราจะต้องนำเข้าใน รูปของก๊าซธรรมชาติอัดเหลวหรือที่เรียกว่า ก๊าซแอลเอ็นจีที่ขนส่งกันทางเรือเท่านั้น
ผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทยมันจะเกิดขึ้นก็ตรงนี้แหละครับ ทุกวันนี้ราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เราต่อท่อไปที่โรงไฟฟ้าเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้านั้น ราคามันแค่ 910 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู (310 บาท/ล้านบีทียู) แต่ราคานำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีมันอยู่ที่ 16-17 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู (550 บาท/ล้านบีทียู) แพงกว่ากันเกือบเท่าตัว
นั่นย่อมหมายความว่าถ้าเราปิดบ่อก๊าซ บ่อน้ำมันกันหมดประเทศจริงๆ สิ่งที่จะต้องแพงขึ้นและกระทบกับประชาชนทันทีก็คือ ค่าไฟฟ้าครับ
ทุกวันนี้เราใช้ไฟกันหน่วยละ 3.91 บาท เราก็ร้องกันจะแย่อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องนำเข้าแอลเอ็นจีมาปั่นไฟทั้งหมด คิดดูก็แล้วกันว่า ค่าไฟจะขึ้นไปเป็นหน่วยละเท่าไร ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่าหน่วยละ 6 บาทอย่างแน่นอน
ถึงตอนนั้นลองคิดดูก็แล้วกันว่าเราจะอยู่กันอย่างไร ค่าครองชีพจะเป็นอย่างไร เงินเฟ้อ จะขึ้นไปเท่าไร ธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่ได้ไหม SME จะอยู่รอดหรือเปล่า ธุรกิจและอุตสาห กรรมของเราจะแข่งขันกับคนอื่นเขาได้หรือเปล่า สินค้าเราจะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ หรือไม่ การส่งออกจะเป็นอย่างไร โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะย้ายฐานการผลิตออกจากไทยหรือไม่ คนจะตกงานอีกกี่ล้านคน
นอกจากนั้นมูลค่าการนำเข้าพลังงานจะสูงขึ้นอย่างมาก จากปัจจุบันเรานำเข้าน้ำมันและก๊าซอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท/ปี ก็จะเพิ่มเป็น 1.7 ล้านล้านบาท/ปี รายได้จากสัมปทานและภาษีปิโตรเลียมที่ได้จากการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมปีละ 2 แสนล้านบาทก็จะขาดหายไปด้วย
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงอย่างมาก อาจจะอ่อนค่าลงมาถึง 35 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาก ราคาพลังงานที่เราต้องนำเข้า 100% ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จะยิ่งซ้ำเติมอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพให้ยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ดังนั้นเรื่องอย่างนี้จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมาพูดกันเล่นๆ หรือมาตีโวหารให้ตัวเองเป็นพระเอกเพื่อให้ดูดีเท่านั้น แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตและความเป็นความตายของชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น คนพูดหรือเสนอแนวความคิดนี้ ก่อนพูดต้องคิดให้มากครับ ถ้าไม่รู้จริงก็ไม่ควรพูด
ไม่ใช่มีปาก ก็สักแต่พูดปลุกระดมไปวันๆ ให้คนเข้าใจผิด ตัวเองจะได้เป็นฮีโร่ตลอดกาล บาปกรรมจริงๆ!!!







