
ศิษย์เก่า‘ปทุมวัน’ล่าชื่อไล่อธิการบดี
ศิษย์เก่าเทคโนฯ ปทุมวัน ค้านย้ายไป จ.พิจิตร ล่ารายชื่อขับอธิการบดีขีดเส้นให้ออกภายใน 3 วัน
ศิษย์เก่าเทคโนฯ ปทุมวัน ค้านย้ายไป จ.พิจิตร ล่ารายชื่อขับอธิการบดีขีดเส้นให้ออกภายใน 3 วัน
กลุ่มศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วมกันออกคำแถลงเรียกร้องให้ นายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ยุติการปฏิบัติหน้าที่และลาออกจากการดำรงตำแหน่งภายใน 3 วัน โดยจะมีการล่ารายชื่อศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 22 ต.ค.นี้ รวมทั้งจะนำรายชื่อยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ อีกด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มศิษย์เก่าได้รวมตัวเข้าพบนายปัญญา เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยและขอทราบข้อเท็จจริง เรื่องการยุบและย้ายสถานศึกษาจากย่านปทุมวันไปตั้งที่ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยนายปัญญาชี้แจงว่า ไม่มีการยุบหรือย้ายสถาบันแต่เป็นเพียงการขยายวิทยาเขตเพื่อเพิ่มฐานการรองรับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์เท่านั้น
นายบุญยืน วสุสินสุข ตัวแทนศิษย์เก่า รุ่น 55 กล่าวว่า ยังต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม ทั้งเรื่องนโยบายการรับนักศึกษา ความร่วมมือระหว่างครูอาจารย์ และความสูญเสียทั้งชื่อเสียงและชีวิตของนักศึกษาตลอด 2 ปี ที่อธิการบดีเข้ามารับตำแหน่ง เนื่องจากแนวโน้มนักศึกษามีน้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบันมีนักศึกษาเพียง 250 คนเท่านั้น
นายบุญยืน กล่าวด้วยว่า การยุบหรือย้ายสถาบันเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่ที่ออกมาแสดงออกเพื่อต้องการขอร้องให้ปรับปรุงสถาบันให้ดีขึ้นก่อนการขยายวิทยาเขต เพราะภายในสถาบันมีอาคารเรียนจำนวนมาก รวมถึงเพิ่งมีการสร้างอาคาร 9 ชั้นหลังใหม่ จึงไม่มีความคับแคบและเป็นเหตุให้ต้องขยายวิทยาเขตตามที่อธิการบดีชี้แจง
สำหรับที่มาของเรื่องดังกล่าว เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานายปัญญาพร้อมคณะผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าพบ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาเทคโนโลยีปทุมวันกับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ยืดเยื้อมานาน โดยมีแนวคิดที่จะขอย้ายสถาบันจากพื้นที่เดิมไปสถานที่ใหม่ที่เตรียมไว้ที่จ.พิจิตร
ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่างสองสถาบันเท่านั้น ทั้งนี้ยังมองเรื่องภาพรวมการเรียนการสอน ซึ่งพื้นที่ปัจจุบันตั้งอยู่ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยสิ่งที่ยั่วยุ คับแคบ หากย้ายไปจะเป็นผลดีกับเด็ก ได้เรียนและมีพื้นที่ฝึกปฏิบัติที่กว้างขึ้น







