posttoday
ขอคืนพื้นที่ 'ทางเท้า' ให้เราเดิน

ขอคืนพื้นที่ 'ทางเท้า' ให้เราเดิน

12 ตุลาคม 2557

ทุกวันนี้พื้นที่ทางเท้าหรือฟุตปาทในกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ทางคนเดินอีกต่อไปแล้ว

ทุกวันนี้พื้นที่ทางเท้าหรือฟุตปาทในกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ทางคนเดินอีกต่อไปแล้ว แต่ได้แปรสภาพเป็นตลาดนัดย่อมๆ พ่อค้าแม่ค้าตั้งหาบเร่แผงลอยเกลื่อนกลาด ร้านขายอาหารพากันวางโต๊ะเก้าอี้เต็มพรืด

จากการลงพื้นที่สำรวจของ พล.ต.ต.วิชัยสังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามนโยบายจัดระเบียบสังคมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พบว่า มีฟุตปาทมากกว่า 700 จุดทั่วกรุงที่มีปัญหาส่งผลกระทบต่อการจราจรและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

จุดใหญ่ๆ คือ ตลาดโบ๊เบ๊ ถนนข้าวสาร อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ คลองหลอด ปากคลองตลาด ถนนราชดำเนิน หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ฯลฯ

บางพื้นที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีมาเฟียเรียกเก็บผลประโยชน์ มีการปล่อยให้เช่าและขายสูงถึง 46 แสนบาท

ปัญหาเกิดขึ้นจากการที่พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนบริเวณดังกล่าวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ความละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้สั่งสมหมักหมมจนแก้ไขไม่ได้ กลายเป็นทัศนะอุจาดที่เห็นได้ชินตาในชีวิตประจำวัน

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์จำนวนมากนิยมนำรถขึ้นมาวิ่งบนฟุตปาทสวนกันไปมาอย่างน่าหวาดเสียว คนเดินเท้าถูกตะโกนด่า บีบแตรไล่ เกิดเหตุเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายครั้ง ทางเท้าที่เราใช้เดินจึงเป็นสถานที่ที่เสี่ยงอันตรายยิ่ง

ขอคืนพื้นที่ 'ทางเท้า' ให้เราเดิน

 

เมื่อประชาชนอัดอั้นตันใจจนทนไม่ไหว ถึงขั้นก่อตั้งเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ทวงคืนทางเท้า” มีผู้ติดตามมากกว่า 6,000 คน ภายใต้สโลแกนเจ็บๆ ว่า“ทางเท้ามีทุกอย่าง ยกเว้นที่เดิน” หวังกระตุ้นให้สังคมตื่นตัว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่ทางเท้ากันมากขึ้น แต่ละวันมีการโพสต์เรื่องราวของฟุตปาทตามที่ต่างๆ ในลักษณะฟ้องด้วยภาพ

ไม่ว่าจะเป็นภาพรถยนต์จอดเต็มทางเท้าจนคนพิการนั่งวีลแชร์ต้องลงไปใช้ถนน ภาพป้ายหาเสียงของพรรคการเมือง ป้ายโฆษณาแน่นเอี้ยดจนคนเดินผ่านไปมาต้องก้มหัวหลบ ภาพร้านค้าหาบเร่แผงลอยยึดครองฟุตปาท ภาพท่อระบายน้ำที่เปิดฝาทิ้งไว้ พื้นคอนกรีตแตกหัก สายไฟระโยงระยาง เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย แม้กระทั่งชาวบ้านเอากระถางต้นไม้จัดเป็นสวนเล็กๆ หน้าบ้านราวกับเป็นเจ้าของที่ดินเสียเอง

เรื่องที่คนมักไม่ค่อยรู้ หรือแกล้งทำเป็นลืมคือ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ชัดเจน ห้ามขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (เว้นแต่รถเข็นสำหรับทารก คนป่วย หรือคนพิการ) มีโทษปรับ 4001,000 บาท และตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนพวกที่ชอบขับรถยนต์ขึ้นไปจอดบนทางเท้า แม้ทางเท้านั้นจะเป็นหน้าบ้านหรือตึกแถวของตนเอง แต่ก็เป็นทางสาธารณะ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทเช่นกัน

เจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจเต็มที่ในการจับกุม โดยไม่ต้องตักเตือน เรียกว่าถ้าเจอสามารถจับปรับได้ทันที เพราะถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

ปัญหาเหล่านี้เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติหน้าที่ มิใช่อะลุ้มอล่วยหยวนๆ หรือเรียกเก็บส่วยเสียเอง จับกุมให้มันเด็ดขาดหลาบจำกันไปเลย

ที่สำคัญที่สุดคือจิตสำนึกของประชาชน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านชาวช่องต้องไม่เห็นแก่ตัว ใช้พื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ทั้งหลายที่นิยมเอารถมาวิ่งบนฟุตปาทเช่นกัน เลิกหน้าด้าน เลิกทำตัวมักง่าย แล้วปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

ถ้าทุกคนคิดและทำได้แบบนี้ บางทีการไปร้องแรกแหกกระเชอให้ คสช.ช่วยก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์