posttoday
ดาวหางเฉียดดาวอังคาร

ดาวหางเฉียดดาวอังคาร

12 ตุลาคม 2557

คืนวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2557 ดาวหางดวงหนึ่งจะผ่านใกล้ดาวอังคารที่ระยะห่างเพียง 1.4 แสนกิโลเมตร

คืนวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2557 ดาวหางดวงหนึ่งจะผ่านใกล้ดาวอังคารที่ระยะห่างเพียง 1.4 แสนกิโลเมตร หรือราว 1 ใน 3 ของระยะทางเฉลี่ยจากโลกถึงดวงจันทร์ ก่อนหน้านี้นักดาราศาสตร์คาดหมายจากแบบจำลองว่าสะเก็ดดาวที่หลุดออกมาจากดาวหางอาจเป็นอันตรายต่อยานอวกาศที่โคจรอยู่รอบดาวอังคารและบนพื้นผิวดาวอังคาร แต่การประเมินล่าสุดพบว่าโอกาสก่อความเสียหายน่าจะน้อย ขณะที่ปัจจุบันดาวหางดังกล่าวก็มีความสว่างลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ดาวหางดวงนี้มีชื่อในบัญชีดาวหางอย่างเป็นทางการว่า ซี/2013 เอ 1 ไซดิงสปริง (C/2013 A1 Siding Spring) ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2556 ในภาพถ่ายที่หอดูดาวไซดิงสปริงในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ชื่อของดาวหางแสดงว่าเป็นดาวหางที่ค้นพบเป็นดวงแรกในปี 2013 กลางเดือน ก.ย. 2557 ดาวหางไซดิงสปริงสว่างที่สุดราวโชติมาตร 9.4 จางกว่าความสว่างของดาวจางที่สุดที่ตาเปล่าของมนุษย์จะมองเห็นได้ราว 15 เท่า

ตามปกติแล้วช่วงนี้ความสว่างของดาวหางไซดิงสปริงควรจะค่อยๆ ลดลง และยังพอจะสังเกตได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์ภายใต้ท้องฟ้ามืด ปราศจากแสงรบกวน แต่ปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ดาวหางไซดิงสปริงกลับมีความสว่างลดลงอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมาย

นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าดาวหางไซดิงสปริงอาจกำลังแสดงพฤติกรรมแบบเดียวกับดาวหางน้องใหม่อย่างดาวหางไอซอนเมื่อปีที่แล้ว ดาวหางกลุ่มนี้เดินทางมาจากถิ่นที่อยู่ของดาวหางจำนวนมากที่นักดาราศาสตร์เรียกว่าเมฆของออร์ต จึงเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรก ขณะยังอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ ผิวน้ำแข็งมีอัตราการระเหิดสูงกว่าดาวหางโดยเฉลี่ยทั่วไป จึงสว่างกว่าที่ควรจะเป็น และทำให้มีความคาดหวังว่าดาวหางจะสว่างมากขึ้นเมื่อเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ยิ่งขึ้น แต่เมื่อถึงช่วงเวลานั้น ดาวหางกลุ่มนี้จะมีความสว่างลดต่ำลงกว่าความคาดหมาย บางดวงถึงกับแตกเป็นชิ้นเล็กน้อย

สิ่งที่พิเศษสำหรับดาวหางไซดิงสปริงคือมันกำลังจะเป็นดาวหางที่เฉียดใกล้ดาวอังคารมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดาวหางที่เคยเข้าใกล้โลกที่สุดคือดาวหางเลกเซลล์ (Lexell) เมื่อปี 1770 แต่ก็ยังอยู่ไกลจากโลกถึง 2.2 ล้านกิโลเมตร ด้วยระยะใกล้เช่นนี้ นักดาราศาสตร์จึงพยายามจะศึกษาความเปลี่ยนแปลงของดาวหาง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบรรยากาศของดาวอังคาร

ดาวหางเฉียดดาวอังคาร

 

หลายเดือนที่ผ่านมาได้มีการวางแผนการสังเกตดาวหางดวงนี้ด้วยกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ ที่ติดตั้งบนยานอวกาศหลายลำ ทั้งยานอวกาศที่โคจรอยู่ในวงโคจรรอบดาวอังคาร และยานสำรวจที่อยู่บนพื้นผิวดาวอังคาร แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะไม่ได้รับการออกแบบมาให้ศึกษาดาวหางก็ตาม

ในช่วงที่ดาวหางไซดิงสปริงเพิ่งถูกค้นพบใหม่ๆผลการคำนวณแสดงว่าดาวหางจะเฉียดใกล้ดาวอังคารโดยมีโอกาสเล็กน้อยที่จะชนดาวอังคาร หลายคนคาดว่าสะเก็ดดาวที่หลุดออกมาจากดาวหาง เนื่องจากการระเหิดของน้ำแข็งบนผิวดาวหางมีโอกาสพุ่งชนสร้างความเสียหายต่อยานอวกาศ แต่เมื่อวงโคจรมีความแน่นอนมากขึ้นก็สามารถแน่ใจได้ว่ามันจะไม่ชนดาวอังคาร โดยจะเข้าใกล้มากที่สุดในเวลาประมาณตี 1 ครึ่ง ของคืนวันที่ 19 ต.ค. 2557 (เข้าสู่วันที่ 20 ต.ค.) ตามเวลาประเทศไทย

แบบจำลองในรายงานเผยแพร่เมื่อกลางปีนี้ ซึ่งศึกษาปัจจัยต่างๆ ทั้งอัตราการผลิตฝุ่น ความหนาแน่น ขนาด และความเร็วของอนุภาคที่หลุดมาจากดาวหาง ก็แสดงด้วยว่าสะเก็ดดาวที่หลุดมาจากดาวหางไซดิงสปริงมีการเคลื่อนที่ในทิศทางที่ไม่พุ่งชนดาวอังคาร ยกเว้นว่าสะเก็ดดาวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าแบบจำลองมาก ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ คาดว่าดาวอังคารจะผ่านใกล้ธารสะเก็ดดาว (สะเก็ดดาวจำนวนมากที่เคลื่อนที่ตามแนวใกล้เคียงวงโคจรของดาวหาง) ที่เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากดาวหางผ่านใกล้ดาวอังคารมากที่สุด

หลังจากดาวหางไซดิงสปริงเฉียดใกล้ดาวอังคารไปแล้ว หากนิวเคลียสของดาวหางยังไม่แตกสลายไปเสียก่อน ดาวหางไซดิงสปริงก็จะเคลื่อนห่างออกไป มุ่งหน้ากลับไปยังขอบระบบสุริยะ

ดาวหางที่สว่างพอจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า และมีกำหนดจะผ่านใกล้โลกในอนาคตอันใกล้นี้ คือดาวหาง 46 พี/วีร์ทาเนน (46P/Wirtanen) เป็นดาวหางรายคาบ คาร์ล เอ. วีร์ทาเนน (Carl A. Wirtanen) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบดาวหางดวงนี้ที่หอดูดาวลิกในแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ม.ค. ปี 1948

วงโคจรของดาวหางวีร์ทาเนนไม่ค่อยเสถียร เนื่องจากผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีหลายครั้ง ปัจจุบันดาวหางวีร์ทาเนนมีคาบประมาณ 5 ปีครึ่ง จุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวงโคจรของดาวหางดวงนี้อยู่ไกลนอกวงโคจรโลกออกไปเล็กน้อย ดังนั้นหากดาวหางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในช่วงที่โลกโคจรอยู่บริเวณเดียวกัน ก็จะทำให้ดาวหางสว่างเป็นพิเศษ

ดาวหางวีร์ทาเนนจะผ่านใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดครั้งถัดไปในวันที่ 1213 ธ.ค. 2561 และจะใกล้โลกที่สุดในวันที่ 16 ธ.ค. 2561 ด้วยระยะห่างราว 12 ล้านกิโลเมตร มีโอกาสที่จะสว่างถึงระดับที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้จะไม่เด่นสะดุดตา แต่ถ้าทราบตำแหน่งที่แน่นอนบนท้องฟ้าก็สามารถมองเห็นได้จากสถานที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ และน่าจะสังเกตได้ดีในกล้องสองตา ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาวในประเทศไทย จึงเป็นดาวหางที่น่าจับตามองดวงหนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท