
3 ปี ชุมชนเข้มแข็ง
สัปดาห์นี้ขอนำผลการดำเนินงานของโครงการเชฟรอน พลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง
สัปดาห์นี้ขอนำผลการดำเนินงานของโครงการเชฟรอน พลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง มานำเสนอ ซึ่งเป็นโครงการที่เริ่มภารกิจมาตั้งแต่ปี 2554 โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ได้ร่วมมือกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (พีดีเอ) ศึกษาปัญหาสภาพชุมชน ค้นหาศักยภาพชุมชน และจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนครอบคลุม 50 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ท่าศาลา และพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
หทัยรัตน์ อติชาติ ผู้จัดการฝ่ายนโยบายด้านรัฐกิจและกิจการสัมพันธ์ เชฟรอนประเทศไทย กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มจากการมีส่วนร่วมและความต้องการของชุมชน โดยได้รับคำแนะนำด้านการพัฒนาศักยภาพของชุมชน การพัฒนาทักษะ และการบริหารจัดการจากพีดีเอ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานร่วมกับชุมชนทั้ง 50 หมู่บ้าน ได้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมจนสามารถจัดตั้งธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน กองทุน และกลุ่มอาชีพต่างๆ ปัจจุบันมีกลุ่มส่งเสริมอาชีพมากกว่า 80 กลุ่ม มีเครือข่ายธนาคารพัฒนาหมู่บ้านทั้ง 50 หมู่บ้าน ที่จะคอยแลกเปลี่ยนความรู้และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นแหล่งทุนที่มั่นคงและเป็นที่พึ่งของชุมชนได้
นอกจากนั้น ยังมีการจัดตั้งสหกรณ์ชุมชน ซึ่งสามารถประกอบเป็นธุรกิจได้ในอนาคตอีกจำนวนหนึ่ง
โครงการเชฟรอน พลังใจ พลังคน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง ส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอย่างรอบด้านและเป็นรูปธรรมอย่างหลากหลาย อาทิ ด้านเศรษฐกิจที่เกิดการออมเงินรวมในพื้นที่กว่า 70 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ชาวบ้านกว่า 4,500 คน ได้เข้าถึงแหล่งทุน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันมีชาวบ้านกว่า 2,300 คน ที่มีรายได้เสริมจากการรวมกลุ่มอาชีพ และนำเงินทุนมาปรับปรุงและพัฒนาระบบประปาหมู่บ้าน 15 หมู่บ้าน
ด้านการศึกษามีการสนับสนุนการเรียนการสอนแก่โรงเรียน 35 โรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 23 แห่ง และด้านสิ่งแวดล้อม คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมปลูกต้นไม้และปลูกป่าชายเลนรวมกันกว่า 8.5 หมื่นต้น ในพื้นที่ 220 ไร่ ซึ่งสะท้อนความเข้มแข็งของชุมชนและผลสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี
อมรรัตน์ จินดานิล ตัวแทนกลุ่มสตรีบ้านตลาดพฤหัส (แปรรูปกล้วยน้ำว้า) อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชุมชนบ้านตลาดพฤหัสไม่ค่อยมีกลุ่มอาชีพ แต่หลังเข้าโครงการในนามของธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อประกอบอาชีพ กิจกรรมหลักของกลุ่มคือการแปรรูปกล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยฉาบรสบาบีคิว จนปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป็นที่ยอมรับของตลาด
ขณะที่ ศิวพร สุภาผล ตัวแทนธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน บ้านป่าไหม้ อ.พรหมคีรี กล่าวว่า จากการที่มีธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน ทำให้คนในชุมชนมีเงินออม มีที่พึ่งด้านเงินทุนในการกู้ไปทำประโยชน์ และยังทำให้มีกลุ่มอาชีพเกิดขึ้น เช่น กลุ่มจักสาน กลุ่มเลี้ยงด้วงสาคู ซึ่งช่วยให้คนในชุมชนมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้น
นอกจากธนาคารพัฒนาหมู่บ้านจะช่วยคนในชุมชนมีแหล่งเงินทุนสำหรับใช้ในด้านอาชีพแล้ว ยังเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ปกครองที่เดือดร้อนเรื่องเงินในช่วงเปิดเทอม ก็สามารถกู้เงินไปใช้จ่ายค่าเทอมให้บุตรหลานได้ และช่วยให้คนในชุมชนไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน โดยสมาชิกสามารถกู้เงินจากธนาคารพัฒนาหมู่บ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเท่านั้น ถือว่าช่วยลดภาระของคนในชุมชนได้มาก







