posttoday
ไม่ได้แกล้งตาย แค่รู้จัก ‘อดทนและรอคอย’

ไม่ได้แกล้งตาย แค่รู้จัก ‘อดทนและรอคอย’

12 ตุลาคม 2557

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ รวบทั้งแกนนำความขัดแย้งทุกขั้วทุกฝ่าย

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจ รวบทั้งแกนนำความขัดแย้งทุกขั้วทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมืองและกลุ่มมวลชนเข้าค่ายทหาร

จากนั้นความเคลื่อนไหวจากขั้วต่างๆ ก็นิ่งสงบลงไปทันที โดยเฉาะซีกฝั่งของคนเสื้อแดงแม้แต่พวกฮาร์ดคอร์ยังต้องนิ่งเงียบจนเกิดข้อสงสัยว่าที่นิ่งเงียบเพราะมีเงื่อนงำอะไร หรือมีแผนแกล้งตายให้ศัตรูตายใจหรือไม่

ข้อกังขานี้ “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปฏิเสธทันที และชี้แจงถึงจุดยืนในสถานการณ์พิเศษให้ทีมงานโพสต์ทูเดย์ว่า ไม่ใช่ เราไม่ได้แกล้งตาย และยังมีชีวิตชีวาตามปกติ และคนที่อึดอัดก็ไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่คือคนที่เข้าใจว่าตัวเองจะได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับอำนาจต่างหาก จึงออกมาพูดแสดงความเห็นต่างกรรมต่างวาระ

“แตกต่างไปจากพวกผมที่แสดงตัวตนชัดเจนว่า เมื่อเขายึดอำนาจได้เรียบร้อย ไม่สามารถกระทำการสิ่งใดได้ภายใต้กฎอัยการศึก ที่ผ่านมาเราทำตามพื้นที่ที่เราพึงกระทำได้เท่านั้น คนเสื้อแดงไม่ได้แกล้งตาย แต่รู้จักการอดทน การรอคอย ที่ผ่านมากระบวนการของ นปช.ได้สะสมบทเรียนมากมาย เราเห็นแล้วว่าคนบางคนต้องการที่จะปฏิบัติการเพียงวันเดียว แต่เขารอมาได้ตลอดชีวิต เราควรจะใช้บทเรียนมาเป็นตัวกำหนดความคิด อย่าได้มีอารมณ์ อย่าได้ล้ำสถานการณ์”

จตุพร ได้อธิบายความคำว่า “อดทนและรอคอย” ว่า เมื่อคณะควบคุมอำนาจได้ประกาศชัดเจนว่า มีกำหนดการ มีโรดแมป ว่าเขาจะไปเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นควรจะให้เขาเดินไปถึงจุดที่เขาประกาศ และระหว่างทางนั้นเขาได้มีคำประกาศอยู่มากมาย เช่น คำประกาศที่ 66/2557 ที่จะให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างยุติธรรม คำประกาศนี้เองสำคัญ ถ้าเขาปฏิบัติไม่ได้ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกาศเองจะได้รับผลกระทบไปเอง นี่คือสิ่งที่เราต้องรอดู

“นปช.เป็นคนที่มีวินัยในการต่อสู้อยู่พอสมควร เขามีความเข้าใจว่าเราจะกำหนดจังหวะเส้นทางกันอย่างไร เบื้องต้นเวลาโรดแมป 1 ปีข้างหน้าแป๊บเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตือนกันกับทุกฝ่ายคือความอดทนอดกลั้น เพราะว่าใจร้อนหรือล้ำหน้าเกินสถานการณ์จะไม่เป็นผลดีต่อขบวน เพราะฉะนั้นให้เดินไปตามเส้นทางที่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะถ้าพรวดพราดไปแล้วคนข้างหลังต้องกระโดดเข้าไปช่วย จะกลายเป็นว่ากระโดดเข้ากองไฟด้วยกัน เราเห็นแล้วว่า ตุลาคม 58 ไม่นาน เรายังรอบอลโลก รอเอเชียนเกมส์ โอลิมปิกได้ครั้งละ 4 ปี เวลาโรดแมปของ คสช.ปีเดียวถือว่านิดเดียว เรายังอดทนรอดูได้ ถือว่าเป็นการวัดหัวใจ ท้าทายความรู้สึก ท้าทายความอึดอัด ท้าทายมโนธรรมได้พอสมควร เรามั่นใจว่าใครนิ่งกว่าคนนั้นจะชนะ”

ส่วนคำถามที่สงสัยกันว่า ทำไมคนเสื้อแดงจึงเงียบผิดปกติ มีท่าทีที่เปลี่ยนไป เป็นเพราะถูกทหารบีบอะไรหรือไม่นั้น ประธาน นปช.ชี้แจงว่า บอกได้เลยว่าไม่มีใครมาเปลี่ยนทัศนคติพวกผม เขาปฏิบัติตามที่เขารู้ว่าควรจะทำอะไรกับใครอย่างไร เขาปฏิบัติได้อย่างที่มนุษย์พึงจะปฏิบัติกัน และเขารู้ดีว่าการข่มขู่ไม่มีผลอะไรกับพวกผม เราไม่ได้เปลี่ยนอะไร แต่เมื่อเราถูกควบคุมตัวที่หอประชุมกองทัพบก ไม่มีโอกาสต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างถูกควบคุมหมดแล้วไม่มีทางที่จะสามารถทำอะไรได้ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งสิ้น

“ไม่ใช่ว่าเราอยู่ในสนามแล้วเราหมอบให้เขาราบคาบ แต่เราไม่มีโอกาสได้ต่อสู้เลย เพราะฉะนั้นเมื่อทุกอย่างจบสิ้นแล้ว เราต้องสงบเพราะเราอยู่ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตประชาชน จะตัดสินบนพื้นฐานอารมณ์ไม่ได้ ต้องตั้งหลักด้วยการทำความเข้าใจว่า ไม่ได้ชนะหรือแพ้กันเดี๋ยวนี้ เวลานี้คนส่วนใหญ่ยอมรับได้กับห้วงเวลาโรดแมปที่ คสช.ได้ประกาศไว้ และถ้าเขายังเดินในห้วงเวลานี้อีกไม่นานนัก และระหว่างทางนี้เราควรนำความคิดต่างๆ เรื่องการปฏิรูปในวงรอบนอกแง่มุมต่างๆ เสนอเข้าไป ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังแบบโลกสวยว่าต้องประสบความสำเร็จ แต่เราต้องรอดูจนกว่าถึงจุดที่สุด ถ้าเวลาผ่านไปสิ่งไหนที่ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่”

ประธาน นปช.บอกถึงข้อดีการรอคอยของคนเสื้อแดงว่า การเร่งรีบจะไม่ใช่ผลดี เพราะถ้าเรายิ่งรีบเท่าไหร่ก็ช้าเท่านั้น และก็จะไม่มีโอกาสใดๆ ที่จะได้ไปต่อสู้ในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นเราต้องคิดหลักความเป็นจริง ไม่ใช่เพราะเราเปลี่ยนไปหรือเปล่า แต่สถานการณ์มันเบ็ดเสร็จไปแล้ว ก็เป็นเวลาที่เราต้องจัดความคิดเหมือนกันว่าสถานการณ์อันนี้เราจะรักษากระบวนการประชาชนอีกจำนวนมากนี้อย่างไร พูดเสมอว่าเรานั่งจัดรายการเราไม่สามารถพูดได้ 100% หรือ 360 องศา เราพูดได้แค่ 180 องศาเท่านั้น แต่จะพูดอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าเราไม่ทรยศต่อเขา และฟังยังไงไม่ให้เขาเห็นว่าเราสอพลอกับผู้ยึดอำนาจ และคิดว่ามีคนเสื้อแดงอีกมากที่เข้าใจเรา ส่วนที่ไม่เข้าใจต้องใช้เวลาสักพัก ส่วนที่ไม่เข้าใจยังไงก็ไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็น นปช.หลักเขาจะรู้ ทุกคนรู้ตลอดเส้นทางการต่อสู้ เราไม่มีวินาทีไหนทรยศกับเขา เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นระหว่างกันยังมีอยู่

เกมล้างบาง 500 นักการเมือง

สุดท้ายปลายทางรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2558 จะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่คิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะร่างอย่างไรก็ตามจะขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ไม่ได้ ซึ่งได้ล็อกสเปกไว้เรียบร้อยแล้ว ดูได้จากมาตรา 35 ที่กำหนดกรอบการทำงานของ กมธ.ร่าง รธน.เอาไว้ว่า จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุม 10 เรื่อง และหนึ่งในนั้นคือต้องป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

พูดง่ายๆ คือนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่จะกลับเข้าสู่ถนนการเมืองปี 2558 จบแล้ว และชะตากรรมที่เหลือ สส.และ สว.อีก 308 คน รวมแล้วก็กว่า 500 คน ที่รอดูว่าจะจบหรือไม่จบในขั้นตอนของการถอดถอน เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามือที่ออกแบบรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เป็นคนเดียวกับที่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2534 ปี 2540 ปี 2550 และรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2558 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเขาจึงจัดได้สองขยักที่มีความแยบยล ดังนั้นเมื่อนักการเมืองเหล่านี้ถูกตัดสิทธิเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว และถ้า สส.และ สว.ถูกตัดสิทธิไปอีก นักการเมืองรุ่นเก่าก็จะหมดไป แต่ไม่เป็นไรคนไทยยังเหลืออีก 64 ล้านคน ที่มีคุณสมบัติมากพอ และเชื่อว่าต่อให้นักการเมืองเหล่านี้อดเล่นการเมืองไปตลอดชีวิต

“ไม่ได้ทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนแอเพียงเพราะจะมีหรือไม่มีสมาชิก 111 หรือ 109 หรือ 308 คน ซึ่งความอ่อนแอหรือไม่อ่อนแอจะอยู่ที่จุดยืนหรืออุดมการณ์ต่างหากว่าเป็นที่ศรัทธาของประชาชนหรือไม่ ถ้าประชาชนมีความศรัทธา ไม่ว่าจะส่งใครไปก็ตามผลการเลือกตั้งก็ไม่แตกต่าง ไม่ว่าคุณออกแบบไว้อย่างไรก็ตามถ้าประชาชนไม่เชื่อคุณก็ไม่มีวันชนะ ถ้ายิ่งใช้อำนาจมากเท่าไหร่คนไทยจะยิ่งต่อต้านมากเท่านั้น เพราะคนไทยเห็นว่าเป็นการรังแกกัน”

ดังนั้น หลักคิดของสมาชิกสภาปฏิรูปที่ออกมาบอกว่าต้องกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเมือง ผมบอกเลยว่าไม่ต้องไปบอกหรอก เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขาเขียนกันไว้เรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าคนที่ออกแบบร่างรัฐธรรมนูญคงคิดอ่านมาสำเร็จแล้ว เพราะฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญในระยะเวลา 6 เดือนไม่พอ มันไม่ใช่ เพราะทุกอย่างถูกล็อกไว้หมดแล้ว เหมือนก๋วยเตี๋ยวที่เหลือแต่ปรุงรส ใส่พริกไทย น้ำตาล น้ำปลา มะนาว แล้วรอเสิร์ฟและตักใส่ปากเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท