
พ่อเฒ่าทรหด
ปราชญ์ผู้ผ่านชีวิตอันทรหด เบิ้ม ซื่อตรงวัย 63 ปี ชาวบ้านชำหนึ่ง หมู่ 5 ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
ปราชญ์ผู้ผ่านชีวิตอันทรหด เบิ้ม ซื่อตรงวัย 63 ปี ชาวบ้านชำหนึ่ง หมู่ 5 ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ถือว่าเป็นอีกผู้เฒ่าคนหนึ่งของเมืองไทยผ่านมรสุมชีวิตถาโถมเข้าใส่
แทบเอาชีวิตไม่รอดแต่หัวใจผู้เฒ่ารายนี้แกร่งกว่าหินผา กล้ายิ่งกว่าเหล็กเพชร ทำให้เขายืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้อย่างทระนง
แม้ว่าแขนซ้ายท่อนบนพิการ กระดูกหักและหลุดออกจากกัน ทำให้แขนท่อนล่างห้อยโตงเตง มีเพียงผิวหนังและเส้นเอนใต้ผิวหนังยึดติดกันไว้เท่านั้น
แต่ก็ยังสามารถถือและจับของที่มีน้ำหนักไม่มากนักได้ ทุกครั้งที่หยิบจับสิ่งของก็จะรู้สึกเจ็บบ้าง ส่วนสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไม่ต้องพูดถึง เพราะจะไม่สามารถหยิบจับหรือถือได้เลย กระนั้นก็ถือว่าไม่เป็นอุปสรรคมากนักในการดำเนินชีวิตประจำวัน หากไม่ต้องหยิบจับสิ่งของอะไรเลย
“เมื่อช่วงวัย 50 ปี ผมประสบอุบัติเหตุจากการขี่รถจักรยานยนต์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ หมอบอกว่าแขนซ้ายหัก พยาบาลให้กินแต่ยาแก้ปวดอยู่หลายวันเพื่อรอการผ่าตัด แต่หลายวันก็ยังไม่ดำเนินเสียทีเป็นเพราะกลัวผมไม่มีเงินจ่ายมั้ง ผมจึงตัดสินใจหนีออกจากโรงพยาบาล” พ่อเฒ่าเบิ้ม ระบายความในใจด้วยความน้อยใจหมอแพทย์แผนปัจจุบัน
พ่อเฒ่าทรหด เล่าต่อว่า หลังจากหนีออกจากโรงพยาบาลอุตรดิตถ์แล้วจึงไปรักษาตัวกับหมอแพทย์แผนโบราณภายในหมู่บ้านคือ หมอน้ำมันประมาณ 1 เดือน แต่ก็ไม่ดีขึ้น ที่สำคัญกระดูกแขนที่หักก็ไม่ต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้การใช้ชีวิตลำบากบ้าง โชคดีที่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง แต่หากเป็นไปได้ก็อยากจะมีแขนที่กระดูกเชื่อมต่อกันอีกครั้งเหมือนกับคนอื่นๆ
หากแพทย์แผนปัจจุบันหรือโรงพยาบาลไหนต้องการรักษาแขนพ่อเฒ่าเบิ้มให้สามารถใช้การได้ปกติพ่อเฒ่าเบิ้มบอกว่าไม่ขัดข้อง ยินดีเสมอ ไม่มีปัญหา







