
ปฏิรูปการเพาะปลูก
นโยบายการแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นโยบายการแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าราคาตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด จนบรรดาเกษตรกรเดือดร้อนกันอย่างหนัก กำลังเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมาก
เนื่องจากมาตรการที่ออกมาของรัฐบาลที่ประกาศว่า จะเน้นในการปฏิรูปประเทศกลับไม่ทำให้สังคมเห็นว่ารัฐบาลได้ปฏิรูปสินค้าเกษตรแม้แต่น้อย หากแต่มุ่งเน้นไปในรูปแบบการจ่ายเงินชดเชยต้นทุนการผลิตแก่ชาวนา และการพยุงราคาเป็นด้านหลัก
ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเสนอโครงการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวและยางพาราในวงเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท สำหรับปรับปรุงการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีความสมดุลระหว่างผลผลิต ความต้องการในประเทศและการส่งออก เริ่มเดือน พ.ย.นี้ ให้รัฐบาลพิจารณา
หลักการของโครงการอาจจะดูดี แต่เนื้อในของมาตรการกลับเป็นการแจกเงินให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อช่วยต้นทุนการผลิตไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละ 25 ไร่ เหมือนกับการแจกเงินชาวนา ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดการร้องขอจากเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ไม่จบสิ้น
ไม่มีใครปฏิเสธการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศของรัฐบาล แต่สังคมต้องการเห็นนโยบายการแก้ปัญหาพืชเกษตรอย่างยั่งยืน
ต้องยอมรับว่า ปัญหาข้าวและยางพาราเกิดจากความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลแทบทั้งสิ้น
กรณีข้าวนั้น ผลจากนโยบายจำนำข้าวเกินกว่าราคาตลาดไม่เพียงทำให้ข้าวในสต๊อกท่วมเมืองเท่านั้น หากแต่มีข้าวไร้คุณภาพเกิดขึ้นทั่วบ้านทั่วเมือง
ขณะที่ยางพาราซึ่งเป็นโปรดักต์ แชมเปี้ยนของประเทศไทยมายาวนานหลายชั่วอายุคน แต่แทบไม่น่าเชื่อว่ากลับไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเหล่านี้ให้หลากหลาย นอกจากการขายยางแผ่น ขายน้ำยางข้น โรงงานถุงมือยาง และยางรถยนต์ ทั้งๆ ที่ผลิตภัณฑ์จากยางมีมิติที่หลากหลาย
นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่เคยคิดที่จะสร้างแบรนด์ของยางไทยให้ผู้บริโภคทั่วโลกเห็นเป็นเชิงประจักษ์ในเรื่องคุณภาพและปริมาณของสินค้า
ซ้ำร้ายกว่านั้น รัฐบาลกลับเป็นผู้ทำลายสินค้าหลักของประเทศอย่างยางพาราให้ราคาตกต่ำโดยไม่รู้ตัว เมื่อมีนโยบายสนับสนุนการขยายพื้นที่ปลูกยางออกไปทั่วประเทศ จนทำให้ปริมาณผลผลิตมากเกินความต้องการในประเทศและความต้องการของตลาดโลก
ถึงเวลาที่ต้องขบคิดในการวางแผนการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ นำระบบโซนนิ่งมาใช้เพื่อควบคุมปริมาณการเพาะปลูก และส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งระยะยาวจะสามารถสร้างความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรได้ เพราะถ้าควบคุมปริมาณและพยากรณ์ความต้องการใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สินค้าเกษตรก็ต้องกระเตื้องขึ้นอย่างแน่นอน







