
เปิดแผนเกลือจิ้มเกลือต้านสินบนตำรวจ
เปิดแผน “เกลือจิ้มเกลือ” ต้านนโยบาย “ สินบนตำรวจ” ใช้เงินถูกวัตถุประสงค์ ?
ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
โลกออนไลน์ยังร้อนระอุกับนโยบาย “จับสินบนตำรวจ” จนเกิดคำวิพากษ์มากมายจากประชาชนถึงความไม่เหมาะสม แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีเงินรางวัลเงิน 1 หมื่นบาท มาล่อใจผู้ปฎิบัติหน้าที่เพราะตำรวจมีเงินเดือนประจำ เบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การเปิดนโยบายเช่นนี้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเปิดหน้าชนกับประชาชน
กระทั่งในเพจเฟซบุ๊คชื่อ “ผู้การ วิสุทธิ์ วานิชบุตร เพจใหม่” ได้เปิดปฏิบัติการ “เกลือจิ้มเกลือ”เรียกเสียงฮือฮาอีกระลอก เมื่อเจ้าของเพจไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นอดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง เจ้าของฉายา“มือปราบปักเป้า” หรือ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (รอง ผบช.กมค.) ผู้ต้นคิดแผน“เกลือจิ้มเกลือ”เสมือนการเปิดหน้าชนกับเจ้าของนโยบาย “สินบนตำรวจ” พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เปิดใจถึงที่มาของแผนปฏิบัติการ “เกลือจิ้มเกลือ” ว่า หลัง พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. มอบรางวัลให้กับตำรวจจราจรเป็นเงิน 1 หมื่นบาท ฐานจับประชาชนที่ติดสินบนตำรวจจราจร ส่วนตัวมองว่าการทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง โดยปกติแล้วตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอยู่แล้ว เพราะตำรวจมีเงินเดือน มีขั้นบำเหน็จ เงินความดีความชอบ เรื่องการแต่งตั้ง ซึ่งตำรวจได้รางวัลเหล่านี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรับเงินจากประชาชน แต่ยังกลับมีเงินรางวัลมาอีก
“ทำไมคุณไม่ประกาศเลยว่านโยบายปราบปรามสินบนตำรวจ ถ้าหากว่าประชาชนให้สินบนตำรวจ ตำรวจจับได้ได้ 1 หมื่นบาท แต่ในขณะเดียวกันถ้าประชาชนจับตำรวจได้ว่ารับสินบนก็ต้องได้ 1 หมื่นบาท ต้องแฟร์เหมือนกัน ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย” อดีตนายตำรวจ กล่าว
เจ้าของฉายา “มือปราบปักเป้า” กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องรับส่วยรับสินบนปัญหามันเกิดจากในองค์กรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำไมไม่ปลุกจิตสำนึก จริยธรรม จรรยาบรรณ ร่วมถึงการเป็นมิตรกับประชาชนไม่ใช่มาจ้องจับผิดแต่ประชาชนอย่างเดียว ซึ่งจากการชุมนุมที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าคนเกลียดตำรวจมามาก แต่ยังจะไปเพิ่มช่องว่างหรือระยะห่างระหว่างตำรวจกับประชาชนอีกหรือ จนเกิดการระแวงต่อกันในสังคม
เพราะฉะนั้นเมื่อให้รางวัลตำรวจเพื่อจับประชาชนให้สินบนตำรวจ ผู้การก็เลยตั้งรางวัลให้ประชาชนตรวจสอบการจับกุมตำรวจที่รับสินบนเช่นเดียวกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ประชาชนจะได้ดูแลตำรวจให้ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบวินัย หากมาเรียกรับสินบนเมื่อประชาชนตรวจสอบมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายคลิปวิดีโอก็สมควรจะได้รับรางวัลเช่นเดียวกัน
“ส่วนเงินรางวัลที่จะจ่ายให้ประชาชนนั้นเป็นเงินส่วนตัวไม่ได้รับบริจาค เพราะกลัวจะเกิดข้อครหาในเรื่องเงิน ซึ่งมีประชาชนสมัครใจลงขันช่วยหลายแสนบาทแล้วแต่ผู้การไม่เอา ถ้าเกิดประชาชนมีหลักฐานเมื่อใดให้ส่งมาที่ผู้การ หรือเพจเฟซบุ๊ค และเมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นคลิปคือของจริงจะนัดทุกคนในเพจไปที่หน้า สตช. หรือ บช.น. ผู้การจะมอบเงินรางวัล 1 หมื่นบาท ส่วนประชาชนในเพจใครต้องการให้เงินก็เชิญให้ตามสมัครใจเลย และจะนำคลิปให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.อดุลย์ คนละ 1 ชุด ให้ดำเนินการตามระเบียบวินัยของตำรวจ” พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ระบุ
ผู้การวิสุทธิ์ ยังบอกอีกด้วยว่า ตนไม่ได้เปิดหน้าชนกับตำรวจพี่อยากให้ตำรวจกับประชาชนไม่เกิดช่องว่าง แต่เกิดความเป็นธรรม ตำรวจให้รางวัลกับตำรวจเพื่อจัดการประชาชน พี่ให้รางวัลประชาชนดูแลตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์มันดีไหม ก็เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย“ตำรวจตรวจสอบประชาชนให้สินบน ประชาชนตรวจสอบตำรวจรับสินบนแฟร์ไหม ถ้าต่างคนต่างตรวจสอบกันการรับสินบนก็น้อยลง มันก็เป็นไปตามนโยบายของ คสช.และรัฐบาล ในการปราบปรามทุจริต”
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ตั้งข้อสันนิษฐานถึงเงินรางวัล ว่า“ถ้าเป็นเงินงบประมาณถูกต้องหรือไม่ แน่นอนว่าไม่ถูกต้อง ถ้าบอกว่าเป็นเงินบริจาค ขอถามต่อว่าเงินบริจาคได้รับการอนุมัติจาก ผบ.ตร.หรือไม่ เพราะการรับบริจาคเงินต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ถ้าเกิดตอบกลับมาว่าขออนุญาตแล้ว
ผู้การขอถามกลับว่า แล้วเงินตรงนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคหรือไม่ ผู้บริจาคเงินเขาบริจาคให้กับตำรวจจราจรเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การนำไปซื้ออุปกรณ์ในการทำงาน เสื้อสะท้อนแสง ช่วยตำรวจที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ เขาไม่ได้บริจาคเงินรางวัลให้ตำรวจที่ไปจับประชาชน”







