posttoday
ยึดเวลาฟันอาญา วัดใจ สนช. ถอดถอนยิ่งลักษณ์

ยึดเวลาฟันอาญา วัดใจ สนช. ถอดถอนยิ่งลักษณ์

11 ตุลาคม 2557

เหมือนเป็นการต่อลมหายใจบนเส้นทางการเมืองให้กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปได้อีกสักระยะหนึ่ง เพราะเป็นที่ทราบกันดีจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีมติให้ดำเนินคดีอาญายิ่งลักษณ์ ในคดีทุจริตจำนำข้าวโดยส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เหมือนเป็นการต่อลมหายใจบนเส้นทางการเมืองให้กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปได้อีกสักระยะหนึ่ง เพราะเป็นที่ทราบกันดีจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีมติให้ดำเนินคดีอาญายิ่งลักษณ์ ในคดีทุจริตจำนำข้าวโดยส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แต่อัยการสูงสุดติดเบรกเสียก่อน โดยเห็นว่าสำนวนฟ้องยังไม่สมบูรณ์จึงนำมาสู่การตั้งคณะทำงานร่วมกับ ป.ป.ช.

ล่าสุดการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช. นำโดย สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กับอัยการสูงสุด นำโดย วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด เป็นครั้งที่ 2 เพื่อพิจารณาทบทวนข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีก็มิอาจได้ข้อสรุป

“การประชุมนัดนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันแค่ 12 ข้อเท่านั้น จากข้อเสนอที่อัยการสูงสุดเสนอไป 4 ข้อ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นประเด็นใดบ้าง ถือเป็นความลับ ซึ่ง ป.ป.ช.ขอนำประเด็นต่างๆ ไปพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะให้ความเห็นกลับมาในการประชุมนัดต่อไป อย่างไรก็ตามคณะทำงานร่วมพยายามพูดคุยกันเพื่อให้ได้ข้อยุติ เพื่อประโยชน์ทางคดี โดยอัยการสูงสุดต้องการให้คดีเกิดความสมบูรณ์ทุกอย่าง เพื่อให้นำไปฟ้องต่อศาลแล้วสามารถลงโทษได้” วุฒิพงศ์ คณะทำงานฟากอัยการสูงสุด กล่าว

วุฒิพงศ์ บอกว่า ฝ่ายอัยการสูงสุดอยากให้มีการสอบพยานเพิ่มเติมหลายคน โดยเป็นการสอบร่วมกัน ซึ่งพยานบางส่วนเป็นพยานที่ยิ่งลักษณ์เคยร้องขอให้ ป.ป.ช.สอบมาก่อนหน้านี้ หรือบางคนเป็นพยานรายเดิม แต่อยากสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รายละเอียดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ คณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการจะนัดหารือครั้งต่อไปในวันที่ 7 พ.ย. เชื่อว่า ในการประชุมครั้งต่อไปน่าจะหาข้อสรุปร่วมกันได้ ยืนยันว่าอัยการสูงสุดไม่ได้ต้องการถ่วงเวลา อยากให้คดีจบโดยเร็ว เพราะมีงานอื่นที่ต้องทำอีกมาก ไม่มีการถ่วงเวลาแน่นอน

แม้ทางคดีอาญากำลังจะกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว ที่จะต้องไปสอบพยานเพิ่มตามที่ยิ่งลักษณ์ร้องขอ และกว่าจะได้ข้อยุติส่งฟ้องหรือไม่เมื่อไหร่

แต่อีกวิบากกรรมที่ยิ่งลักษณ์และคณะกำลังเผชิญ นั่นก็คือปมของการถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการเมือง เมื่อ ป.ป.ช.มีมติเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ด้วยเสียง 8 ต่อ 1 ให้ส่งเรื่องไปให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอดถอน ครั้งนี้ยังมีการยืนยันทางข้อกฎหมายว่า สนช.มีอำนาจดำเนินการ

แม้ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช.ที่มี พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานกรรมาธิการเมื่อวานนี้จะไม่มีการหยิบยกประเด็นการถอดถอนเข้าหารือ แต่ก็คาดว่าที่ประชุมวิป สนช.จะนำวาระเรื่องการถอดถอนเข้าสู่การพิจารณาได้ในการประชุมนัดถัดไปในสัปดาห์หน้า นั่นก็หมายความว่าคดีถอดถอนของทั้งยิ่งลักษณ์ นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือถึงอำนาจหน้าที่ สนช.จะทำได้ไม่ได้อีกครั้ง หรือจะถึงขั้นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างยิ่ง

พิชิต ชื่นบาน ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมายทีมทนายความคดีโครงการรับจำนำข้าว ตั้งข้อสังเกตว่าการรวบรัดและเร่งรีบเกินไป ทั้งที่อัยการสูงสุดได้ชี้ว่าหลักฐานการชี้มูลความผิดไม่สมบูรณ์ และการไต่สวนยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นเหตุให้มีการกล่าวหาในคดีอาญา และคดีถอดถอนออกจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ ก่อนการชี้มูลความผิดยิ่งลักษณ์ คดีการถอดถอนเป็นคดีที่แยกกับคดีอาญา แต่ ป.ป.ช.กลับรวมสำนวนเข้าด้วยกัน จนกระทั่งอัยการสูงสุดชี้ว่ามีข้อไม่สมบูรณ์ ป.ป.ช.จึงแยกสำนวนถอดถอนออกจากสำนวนคดีอาญา ซึ่งเห็นว่าเป็นการไม่ยุติธรรม n

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท