posttoday
"คลัง-แบงก์ชาติ"รวมพลังดึงเชื่อมั่นต่างชาติ

"คลัง-แบงก์ชาติ"รวมพลังดึงเชื่อมั่นต่างชาติ

10 ตุลาคม 2557

การออกไปพบนักลงทุนต่างชาติครั้งแรกของ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

การออกไปพบนักลงทุนต่างชาติครั้งแรกของ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ที่สหรัฐ เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ายึดอำนาจการปกครอง นับว่าประสบความสำเร็จด้วยดี

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติสนใจสอบถามถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง ีรมว.คลัง ได้กล่าวต่อนักลงทุนต่างชาติถึงที่มาของการรัฐประหาร แนวทางการเติบโตระยะสั้นของประเทศไทย การปฏิรูปโครงสร้างภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีมรดก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมถึงจะปรับปรุงขั้นตอนการอนุมัติโครงการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท.ได้ให้ข้อมูลคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2558 ว่าจะอยู่ในระดับ 4.8% ซึ่งสูงกว่าและต่างจากตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารโลก เพราะพื้นฐานของไทยมีความแข็งแกร่ง การส่งออกยังไปได้ ขณะที่ภาคธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาเรื่องหนี้เสีย (เอ็นพีแอล)

ทางด้าน อุสรา วิไลพิชญ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิจัย สายงานตลาดเงินและตลาดทุน ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยว่า ปี 2558 สภาพคล่องในโลกยังคงล้น แม้ว่าสหรัฐจะประกาศยกเลิกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบ (คิวอี 3) แต่เงินจากมาตรการคิวอี 12 เริ่มครบกำหนดนั้น สหรัฐก็นำเงินกลับมาลงทุนซื้อสินทรัพย์ระยะยาว ไม่ได้ดูดเงินเข้าไปแช่แข็งไว้

ในขณะเดียวกันยุโรปจะอัดฉีดเงินเข้าระบบโดยการซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาล ญี่ปุ่นจะมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบจำนวนหนึ่ง เพื่อดูแลความผันผวนของเงินเยน และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จีนอาจจะเริ่มทำมินิคิวอีออกมา ซึ่งรวมแล้วจะมีจำนวนมหาศาลมากกว่ามาตรการคิวอีของสหรัฐ

นอกจากนี้ คาดว่าในปีหน้าจะมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้นจากปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันการจากต่างประเทศจะต้องมีการปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ หันมาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะไทย เนื่องจากพอร์ตการลงทุนประเทศพัฒนาแล้วเริ่มเต็มเพดาน และพอร์ตการลงทุนหุ้นในอินเดียและอินโดนีเซียเริ่มเต็มเพดานพอร์ต รวมทั้งในช่วงวิกฤตการเมืองที่ผ่านมาต่างชาติได้ลดน้ำหนักการลงทุนในไทย ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลาย และค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ จึงมีโอกาสมากที่สถาบันการลงทุนต่างชาติจะเพิ่มน้ำหนักพอร์ตการลงทุนในไทยมากขึ้น

อุสรา กล่าวว่า คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะเริ่มทยอยปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 0.025% เป็น 11.25% ซึ่งมองว่าไม่กระทบกับไทยมากนัก เนื่องจากไทยไม่ได้พึ่งพิงเงินกู้จากต่างประเทศ รวมทั้งยังมีสภาพคล่อง 1 ล้านล้านบาท/วัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปีหน้าภาครัฐจะมีการลงทุนจำนวนมากก็อาจจะทำให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวบ้าง และแนวโน้มดอกเบี้ยไทยอาจจะปรับเพิ่มขึ้นบ้าง

สำหรับค่าเงินบาทในปีนี้จะไม่อ่อนค่าไปมากกว่า 33 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยมองว่าค่าเงินบาทในช่วงที่เหลือจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32-32.65 บาท/เหรียญสหรัฐ เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าจนอิ่มตัวแล้ว รวมถึงการแถลงล่าสุดว่าสหรัฐเป็นห่วงการฟื้นตัวในยุโรป ส่งผลให้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

“ค่าเงินบาทค่อนข้างมีเสถียรภาพ จะเห็นได้ว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเร็วมากแต่เงินบาทเมื่อเทียบกับภูมิภาคยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ หลังจากนี้เรามองว่าค่าบาทคงไม่ได้อ่อนค่ามากกว่านี้แน่นอน” อุสรา กล่าว

ด้านธนาคารเอชเอสบีซีได้ออกบทวิเคราะห์ปรับลดประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปี 2557 และปี 2558 เหลือ 1% และ 4.5% จากประมาณการเดิมที่ 1.4% และ 5% เนื่องมาจากความต้องการบริโภคไม่ได้กลับคืนมารวดเร็วอย่างที่คาด และ ธปท.ยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% ซึ่งคาดว่าจะถึงครึ่งแรกปี 2558 เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท