posttoday
เอสเอ็มอีสต๊อกบวมถ้วนหน้า

เอสเอ็มอีสต๊อกบวมถ้วนหน้า

10 ตุลาคม 2557

เอสเอ็มอีสต๊อกบวม ขายไม่ได้ อาหารเครื่องดื่มเจอหนักอ้อนรัฐช่วย จัดงานแสดงสินค้า ปล่อยกู้

เอสเอ็มอีสต๊อกบวม ขายไม่ได้ อาหารเครื่องดื่มเจอหนักอ้อนรัฐช่วย จัดงานแสดงสินค้า ปล่อยกู้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีไทยจาก 1,451 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่า ดัชนีทุกด้านปรับลดลง ส่งผลต่อดัชนีความสามารถในการแข่งขันลดต่ำลงมาอยู่ที่ระดับ 53.5 ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/2557 ค่าดัชนียังลดลงต่อเนื่องมาที่ระดับ 52.4 ต่ำสุดตั้งแต่การสำรวจมาตั้งแต่ปี 2556 และน่าจะยังไม่ใช่ระดับต่ำสุดในช่วงนี้ เพราะค่าดัชนียังมีโอกาสซึมลงอีก จากแนวโน้มยอดขายยังลดลง สต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันเอสเอ็มอีมีปัญหาขายสินค้าไม่ได้ ทำให้มีสินค้าเหลือค้างอยู่ในสต๊อกเป็นจำนวนมาก ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการลดลงอย่างมาก

ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่าในไตรมาส 3 มีเอสเอ็มอีเกือบ 20% ที่ประสบปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภทสิ่งทอ แฟชั่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งพิมพ์ เฟอร์นิเจอร์ ค้าปลีก ค้าส่ง บริการด้านความงาม บริการด้านสุขภาพ บริการด้านการศึกษา ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ผลจากการมีสต๊อกสินค้าเหลือจำนวนมากเพราะขายสินค้าไม่ออก ทำให้เอสเอ็มอีจำนวนมากต้องประสบปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องจากปัญหายอดขายสินค้าที่ตกต่ำ และปัญหาไม่สามารถตั้งราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตได้ ยิ่งเมื่อเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อำนาจในการตั้งราคาอยู่ที่ผู้บริโภค

“กลุ่มเอสเอ็มอีที่เจอปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องมากๆ เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม หัตถกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ ชิ้นส่วนยานยนต์ บริการด้านความงาม โรงแรมและเกสต์เฮาส์” นายธนวรรธน์ ระบุ

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ ได้แก่ การส่งเสริมและการจัดจำหน่ายและจัดงานแสดงสินค้า เพื่อระบายสินค้า การช่วยเสริมสภาพคล่องแก่ธุรกิจ ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลง และช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากต้องกู้เงินนอกระบบ และต้องการให้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายธนวรรธน์ ยังประเมินว่า แนวโน้มของธุรกิจเอสเอ็มอีในไตรมาส 4 คาดว่าจะดีขึ้น หากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งการช่วยเหลือชาวนา 4 หมื่นล้านบาท งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 แสนล้านบาท เข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้จริง แต่คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะโตแค่ 1.52%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/57 จะเติบโต ได้ 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเม็ดภาครัฐมากกว่า 3 แสนล้านบาท ที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ

"เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 ที่จะมาจากเม็ดเงินช่วยเหลือชาวนา 4 หมื่นล้านบาท งบค้างท่อปี 57 และงบลงทุนปี 58 รวมๆ 3.2 แสนล้านบาท คาดว่าจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 โตขึ้น 34% และทำให้เศรษฐกิจไทย ปีนี้ขยายตัว 1.52.0%" นายธนวรรธน์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า การที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ดังกล่าว ยัง ขึ้นอยู่กับการอนุมัติเบิกจ่ายลงทุนว่า จะทำได้รวดเร็วหรือไม่ รวมไปถึงการใช้จ่าย ของภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มชาวนา ซึ่งหากนำเงินไปคืนหนี้นอกระบบเกือบ ทั้งหมด ก็อาจจะทำให้เงินทุนที่มีผลต่อเศรษฐกิจน้อยลง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/57 จะเติบโตได้ 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเม็ดภาครัฐมากกว่า 3 แสนล้านบาทที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 ที่จะมาจากเม็ดเงินช่วยเหลือชาวนา 4 หมื่นล้านบาท งบค้างท่อปี 57 และงบลงทุนปี 58 รวมกว่า 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 โตขึ้น 34% และทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 1.52.0%

สำหรับการจะผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ดังกล่าว ขึ้นอยู่กับการอนุมัติเบิกจ่ายลงทุนว่า จะทำได้รวดเร็วหรือไม่ รวมไปถึงการใช้จ่ายของภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มชาวนา ซึ่งหากนำเงินไปคืนหนี้นอกระบบเกือบทั้งหมด อาจจะทำให้เงินทุนที่มีผลต่อเศรษฐกิจน้อยลง

ขณะที่ผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 2/57 จากการสำรวจ 1,451 ตัวอย่างทั่วประเทศระหว่างวันที่ 429 ส.ค. พบว่า

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีนโยบายจะขยับขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อาจจะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อแต่เป็นระดับไม่มากนัก แต่เห็นว่าควรเริ่มทยอยปรับขึ้นในไตรมาส 1/58 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีกำลังซื้อสูงขึ้น เพราะเป็นช่วงเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มมีผล รวมไปถึงมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ