ขู่ชาวนาแจ้งขอรับเงินเท็จผิดกม.
บุรีรัมย์-เกษตรจังหวัดขู่ชาวนาแจ้งขอมูลขึ้นทะเบียนรับเงินเท็จมีความผิดตามกฎหมาย
บุรีรัมย์-เกษตรจังหวัดขู่ชาวนาแจ้งขอมูลขึ้นทะเบียนรับเงินเท็จมีความผิดตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.นายปัญญา ศิลปะ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้เปิดให้เกษตรกรมาลงทะเบียนผู้ปลูกข้าวตั้งแต่เดือน ก.ค.57 หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งจากข้อมูลสถิติพบว่าได้มีเกษตรกรรายเดิมมาแจ้งขึ้นทะเบียนไว้แล้วกว่า 130,000 ราย จากเป้าหมายที่คาดการณ์ว่าจะมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนกว่า 150,000 ราย แต่หลังจากที่เกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียนแล้วก็จะให้คณะกรรมการฯออกตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจแปลงว่ามีการเพาะปลูกข้าวจริงหรือไม่ โดยจะมีการปิดประกาศตามหมู่บ้าน 3 วันให้เกษตรกรมาตรวจสอบด้วยก่อนที่จะออกหนังสือรับรองเพื่อรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวต่อไป
นายปัญญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีรายงานให้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพราะมีชาวนาหัวหมอที่เคยทำนาแปลงใหญ่กลับมาแจ้งว่าทำนาแปลงเล็กแค่ 15 ไร่ ส่วนที่เหลือแบ่งให้คนอื่นเช่าและจะมาขอสิทธิ์ดังกล่าวดังนั้นจึงขอเตือนว่าทางเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์มีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวด หากตรวจสอบพบก็จะถูกแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายฐานแจ้งข้อมูลเท็จและหากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านรายใดรับรองการแจ้งข้อมูลเท็จให้แก่เกษตรกรก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน
ขณะที่ชาวนาจ.บุรีรัมย์ ได้นำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน มาเข้าคิวรอขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรผู้ปลูกข้าวที่สำนักงานเกษตรอำเภอแต่ละอำเภออย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เพียงแห่งเดียวมีชาวนามารอขึ้นทะเบียนวันละกว่า 300 ราย บางวันมีเกษตรกรมารอขึ้นทะเบียนเป็นจำนวนมากจนเจ้าหน้าที่ให้บริการไม่ทันต้องขยายเวลาให้บริการออกไปจนถึง 5 โมงเย็น ซึ่งแต่ละอำเภอมีเกษตรกรแห่มาขึ้นทะเบียนแห่งละ 200 – 300 ราย
นางพิกุล คำสัตย์ ชาวนาบ้านโคกเพชร ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ดีใจที่รัฐบาลออกมาตรการดังกล่าวเพราะจะสามารถแบ่งเบาภาระต้นทุนให้กับชาวนาได้และอยากให้ทำอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องราคาผลผลิตข้าวในปีนี้ให้อยู่ที่จุดคุ้มทุนอีกด้วย.







