posttoday
การปฏิรูปประชาธิปไตยของไทย

การปฏิรูปประชาธิปไตยของไทย

09 ตุลาคม 2557

เดือน ต.ค. มีเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมืองของไทย 3 กรณี คือ (1) 14 ต.ค. 2516 หรือ “วันมหาวิปโยค” (2) 6 ต.ค. 2519 ที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกล้อมปราบอย่างทารุณโหดร้าย (3) 7 ต.ค. 2551 ที่ประชาชนและ “น้องโบว์” เสียชีวิตจากการปฏิบัติการอย่างเมามันของตำรวจ เหตุการณ์ข้างต้นเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาประชาชน และความผิดพลาดในการบริหารจัดการการชุมนุมจากฝ่ายรัฐบาล จนก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บในหมู่ประชาชน

เดือน ต.ค. มีเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมืองของไทย 3 กรณี คือ (1) 14 ต.ค. 2516 หรือ “วันมหาวิปโยค” (2) 6 ต.ค. 2519 ที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกล้อมปราบอย่างทารุณโหดร้าย (3) 7 ต.ค. 2551 ที่ประชาชนและ “น้องโบว์” เสียชีวิตจากการปฏิบัติการอย่างเมามันของตำรวจ เหตุการณ์ข้างต้นเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาประชาชน และความผิดพลาดในการบริหารจัดการการชุมนุมจากฝ่ายรัฐบาล จนก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บในหมู่ประชาชน

ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เราต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก

เหตุการณ์เดือนตุลาในไทยทำให้คิดถึงการชุมนุมของนักศึกษาฮ่องกงที่เรียกร้องรัฐบาลปักกิ่งให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฮ่องกงโดยตรง มีประเด็นที่น่าสนใจสมควรเขียนถึง คือ

1.นักศึกษาต้องการให้ใช้ “ระบบการเลือกตั้งแบบสากล” หรือเลือกตั้งโดยตรงแบบเก่า คือ เสนอคู่แข่งขึ้นมาให้ประชาชนเลือก แต่จีนใช้ระบบ “การคัดสรร” ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นผู้บริหารเกาะฮ่องกงก่อนที่จะให้ประชาชน “เลือกตั้ง” ในขั้นสุดท้าย เพราะจีนมองว่าผู้ว่าฮ่องกงไม่ใช่รับผิดชอบเฉพาะฮ่องกงเท่านั้น แต่ต้องรับผิดชอบต่อปักกิ่งด้วย เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นผู้ว่าฮ่องกงนอกจากรักฮ่องกงแล้ว ต้องรักประเทศจีนด้วย คนที่ต่อต้านประเทศจีนและต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะไม่ถูกเสนอชื่อ ซึ่งมีเหตุผลน่ารับฟัง ฝ่ายนักศึกษายึดหลักสากล ฝ่ายรัฐมองที่ประเทศชาติเป็นสำคัญ และเห็นว่า “ระบบการเลือกตั้งต้องมีการปฏิรูป”

2.ธรรมนูญการปกครองของฮ่องกงกำหนดให้สภาฮ่องกงมีสมาชิก 70 คน โดย 35 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงแบบเขต และอีก 35 คนมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากบุคคลสาขาอาชีพต่างๆ ในฮ่องกง เพื่อให้มี “ผู้แทนของกลุ่มอาชีพ” ทั้งค้าปลีกค้าส่ง เสื้อผ้า อุตสาหกรรม การเงิน นำเข้าส่งออก ไอที ธุรกิจอาหาร เกษตรและประมง ขนส่ง การศึกษา กฎหมาย บัญชี แพทย์ สาธารณสุข วิศวกร สถาปนิก แรงงาน อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง สังคมสงเคราะห์ ศิลปวัฒนธรรม กีฬา

3.ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีนและอยู่ใต้อธิปไตยของจีน แม้จะมีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ก็ตาม แต่สุดท้ายจีนต้องบริหารอธิปไตยเหนือฮ่องกง นักศึกษาฮ่องกงเรียกร้อง “ประชาธิปไตยแท้จริง” และกล่าวหาว่าส่วนของรัฐบาลจีนเป็น “ประชาธิปไตยปลอม” ทางการจีนก็อ้าง “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ที่ไม่ได้คัดค้านการเลือกตั้งโดยตรง แต่ต้องคัดสรรหาคนดีๆ ก่อนเพื่อประโยชน์ของฮ่องกงและคนฮ่องกงเอง แล้วให้คนฮ่องกงเลือก

4.จีนเน้นในเรื่องความเป็นเอกภาพของประเทศเป็นสำคัญ เมื่อประเทศเป็นเอกภาพก็เดินหน้าไปได้ ปักกิ่งไม่มีการประนีประนอมกับข้อเรียกร้องของนักศึกษา แต่จีนไม่ใช้กำลังเข้าปราบปรามเพราะเรียนรู้จากกรณีเทียนอันเหมินปี 1989 มาแล้ว อีกทั้งจะเข้าทางตะวันตกที่เตรียมถล่มจีนอยู่ จีนใช้คนแผ่นดินใหญ่บนเกาะฮ่องกง และใช้นักธุรกิจและคนทำงานที่ได้รับผลกระทบต่อการชุมนุมของนักศึกษาออกมาต่อต้านและกดดัน จนพลังนักศึกษาลดน้อยลงไปมาก

ผู้เขียนเห็นว่า คสช.และรัฐบาลกำลังปฏิรูปประเทศ และมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ฮ่องกงเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่โครงสร้าง ระบบ วิธีการบริหารเกาะฮ่องกงของจีนนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยจีนเน้นเรื่องความเป็นเอกภาพของประเทศโดยรวมเป็นสำคัญ ที่แต่ละประเทศต้องหารูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมของตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศที่มีประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในฮ่องกงและจีนเท่านั้น แต่มีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะบอกก็คือ การเมืองในประเทศแยกไม่ออกจากการเมืองต่างประเทศ ความมั่นคงในประเทศเกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฉวยโอกาสเข้ามาหนุนกลุ่มนักศึกษาฮ่องกงทันที ขณะที่พบกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แสดงท่าทีห่วงใยสถานการณ์ในฮ่องกงและหวังว่าจีนจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างโดยสันติวิธี ส่วนนายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้พูดต่อหน้านายจอห์น แคร์รี่ แบบตรงไปตรงมาว่า เหตุการณ์ในฮ่องกงเป็นกิจการภายในของจีนที่ต่างชาติไม่ควรเข้าไปแทรกแซงวุ่นวาย อีกทั้งผู้ชุมนุมกระทำการอันผิดกฎหมาย ดังนั้นจีนจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายเช่นประเทศทั่วไป นัยหนึ่งจีนต้องการบอกสหรัฐว่านี่เป็นเรื่องภายในของเรา คุณอย่ายุ่ง และไม่ต้องห่วงเพราะจีนมีวิธีแก้ไขปัญหาของจีน ซึ่งล่าสุดก็จบลงโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ

เป็นที่รู้กันว่าสิ่งใดก็ตามที่จะก่อกวนหรือบ่อนทำลายจีนได้ สหรัฐจะไม่ละเว้นโอกาสนั้น ในกรณีฮ่องกงก็เช่นกัน สหรัฐแสดงออกอย่างเปิดเผย ไม่ปิดบัง เข้าไปวุ่นวายมากกว่าอังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมเก่าด้วยซ้ำ ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งอเมริกันออกกฎหมายให้รัฐบาลวอชิงตันสามารถขายอาวุธให้กับเวียดนามได้เป็นครั้งแรก โดยหวังจะใช้เวียดนามเป็นด่านหน้าในการต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้

อเมริกันเข้าไปที่ไหนวุ่นที่นั่น เข้าไปที่ยูเครน ยูเครนก็รบราฆ่าฟันจนถึงปัจจุบัน การชุมนุมของนักศึกษาในฮ่องกง กลุ่มผู้สูญเสียอำนาจในไทยเริ่มขยับตัวโดยหวังใช้ “ฮ่องกงโมเดล” ในการต่อต้าน คสช. มีการเตรียมการนำนักเรียนไทยที่มีอายุและหน้าตาคล้ายกับนายโจซัว หว่องซีฟุง ออกมานำในการเคลื่อนไหว ที่น่าสังเกตคือ นักเรียนไทยคนนี้มีพฤติการณ์ที่ต่อต้านสถาบันสูงสุดมาตลอด ส่วนทูตอเมริกันในไทยเพิ่งไปเยี่ยมสื่อแห่งหนึ่งที่รู้กันดีว่ามีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันสูงสุดมาโดยตลอด โดยที่ไม่คิดเกรงใจคนไทยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ดี การชุมนุมในฮ่องกงยุติเสียก่อน ความพยายามในไทยจึงเป็นหมัน กลุ่มที่สูญเสียอำนาจที่เริ่มขยับตัวโดยมีอเมริกันหนุนหลังก็ต้องรอจังหวะอื่นต่อไป

ผิดกับจีนซึ่งถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกิจการภายในของไทย จีนเข้าใจและสนับสนุนให้ไทยหารูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของตนเอง ดังเช่นที่จีนเลือกการปกครองที่เหมาะสมกับประเทศ นี่คือ “โจทย์” สำคัญที่ คสช.ซึ่งกำลังปฏิรูปประเทศต้องขบคิด เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงก็คือประชาธิปไตยที่เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท