posttoday
นิพิฏฐ์ส่องปฏิรูป"ล้างเพื่อไทยผิดร้ายแรง"

นิพิฏฐ์ส่องปฏิรูป"ล้างเพื่อไทยผิดร้ายแรง"

09 ตุลาคม 2557

ปฏิรูปกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมที่กำลังออกตัวเดินหน้าไปตามกระบวนการโดยที่ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาอย่างไร!!!

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ปฏิรูปกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมที่กำลังออกตัวเดินหน้าไปตามกระบวนการโดยที่ยังไม่รู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาอย่างไร!!!

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งวางบทบาทตัวเองขณะนี้ไว้ที่ฐานะคนดูคอยให้ข้อมูลอยู่รอบนอก ประเมินว่า ภารกิจสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ 1.สร้างความปรองดอง 2.ปฏิรูป แต่ส่วนตัวให้น้ำหนักการปฏิรูปเป็นอันดับสอง เพราะการปฏิรูปต้องอาศัยความเห็นร่วมของประชาชนเยอะกว่า

“ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมาเขา (คสช.) ไม่มีสิทธิปฏิรูป เอาล่ะ เมื่อคุณปฏิรูปเพราะคนเรียกร้องปฏิรูป ต้องเลือกฟังคนที่คิดว่าความคิดเขาตรงกับประชาชน อันนี้เขาจะฟังใครผมไม่รู้ แต่การแก้ปัญหาขอฟังให้มากๆ และฟังต้องดูด้วยว่าคนพูดเป็นใคร เพราะโจรก็เปล่งธรรมะได้ คนที่ไม่มาจากการเลือกตั้งเขาจะฟังใคร และถ้าเขาฟังผิดคนด้วยยิ่งไปกันใหญ่”

นิพิฏฐ์ แสดงความเป็นห่วงว่า หากปฏิรูปบนฐานความคิดของ คสช.หรือกลุ่มคณะบุคคลที่เป็น คสช.หรือรัฐบาล จะค่อนข้างอันตรายเพราะรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างครบถ้วน และอาจจะปฏิรูปไปผิดแนวก็ได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีข้อเสนอจากที่ประชุมอธิการบดีที่เห็นว่าบ้านเมืองมีปัญหา เพราะฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไปเป็นเผด็จการไม่ฟังเสียงข้างน้อย และเสนอวิธีการแก้ปัญหาให้นายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่หากแก้ให้นายกฯ มาจากการเลือกตั้ง ก็จะทำให้นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งตรง มีอำนาจก็จะมากกว่านายกฯ ที่มาจากรัฐสภา ซึ่งเป็นตรรกะที่ผิด

“เมื่อตรรกะผิด จะทำให้คำตอบผิด ผลลัพธ์ผิด และอาจจะทำให้การยึดอำนาจเร็วขึ้น จากที่ผ่านมา ปี 2549 มาปี 2557 ถ้าวิธีคิดผิดยึดอำนาจครั้งต่อไปจะเกิดเร็วแค่ช่วงปี 2560 ต้นๆ และถ้ามาทีนี้อยู่นานเลยทีเดียว”

สำหรับข้อเสนอที่ไม่ให้ สส.สังกัดพรรค นิพิฏฐ์ มองว่า จะทำให้ยกมือแต่ละครั้ง สส.ก็เรียกเงินทุกครั้ง รัฐสภาล้มเหลว อาจมีชกกันอีกในสภา ปฏิรูปแล้วมาขายตัวในสภา รับเงินในห้องน้ำอีก เสนอกฎหมายแต่ละครั้งต้องจ่ายเงินทั้งนั้น หลักการคือต้องไปบอกประชาชนว่าประชาธิปไตยคืออะไร ถ้าประชาชนเข้าใจ ต่อไปก็จะไม่เลือกพรรคนั้นพรรคนี้ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ส่วนกระแสเรื่อง คสช.อาจเข้ามาล้างบางนักการเมืองรุ่นเก่านั้น นิพิฏฐ์ มองว่า ถ้าเขาคิดอย่างนั้นก็เหมือนดูถูกประชาชน ต้องถามเขาต่อไปว่านักการเมืองมาจากไหน ประชาชนเป็นอย่างไร นักการเมืองเป็นอย่างนั้น นี่ตรรกะผิดเลยนะถ้าคิดจะเปลี่ยนนักการเมืองแต่ไม่เปลี่ยนความคิดประชาชน ไม่มีทาง เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งระบบ นักการเมือง และความคิดประชาชน

“ไม่ใช่คิดว่าต้องเอานักการเมืองรุ่นเก่าออกให้หมด สมมติคุณจะบีบให้คุณบรรหาร (ศิลปอาชา) ออก คุณบรรหารก็ส่งลูก ถ้าคุณจะเปลี่ยนคุณเสนาะ (เทียนทอง) คุณเสนาะก็ส่งลูก ส่งหลาน ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนผมที่พัทลุงในฐานะนักการเมืองรุ่นเก่า ผมส่งลูกผมลง เอาสิครับคุณไล่นักการเมืองพวกนี้ออก สุพรรณฯ เขาจะเลือกใคร สระแก้วเขาจะเลือกใคร เชียงใหม่เขาจะเลือกใคร พัทลุง สุราษฎร์ ตรัง เขาจะเลือกใคร มันก็แตกหน่อมาจากต้นเดิม

...หรือถ้าคุณปฏิรูปโดยคิดว่าจะล้างพรรคเพื่อไทยนี่ผิดอย่างร้ายแรง แล้วคุณต้องออกแบบกติกาเพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยลงสนาม อันนี้ผิดเลย ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ลงสนามโดยกติกาใดก็ตามเขาก็ลงใต้ดิน ผมกราบงามๆ เลยนะ คุณอย่าออกแบบเพื่อขจัดผู้เล่นคนใดคนหนึ่งออกนอกสนาม แต่คุณวางกติกาได้ ให้เล่นกี่คน คุณวางได้ แต่คุณจะไม่ให้เขาเล่นไม่ได้”

นิพิฏฐ์ มองว่า การปฏิรูปมีอยู่หลายเรื่อง ต้องเลือกทำเรื่องที่คนเห็นตรงกันก่อนอย่าไปทำเยอะ เช่น ศาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระมากไป ก็ต้องออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่เอาศาลออกไป เรื่องนี้ศาลเองก็อยากถอนตัวไม่อยากยุ่งเพราะเปลืองตัวเยอะแล้ว

นิพิฏฐ์ อธิบายว่า เรื่องแก่นที่ควรจะทำคือมีองค์กรอิสระขึ้นมาตรวจสอบการใช้อำนาจ เพราะอย่างไรเสียงข้างน้อยก็สู้เสียงข้างมากไม่ได้ แต่เสียงข้างมากตัดสินใจถูกหรือเปล่า ต้องมีองค์กรอิสระเข้ามาดูแล และต้องทำให้องค์กรอิสระได้รับการยอมรับ

นิพิฏฐ์ มองว่า สาเหตุที่ให้ความสำคัญกับเรื่องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องหลักมากกว่าปฏิรูป เพราะที่ผ่านมาความขัดแย้งมักจะลงเอยด้วยการใช้ความรุนแรง ดังนั้นทำอย่างไรถึงจะทำให้คนอยู่ร่วมกันท่ามกลางความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องฆ่ากัน

“การแก้ปัญหาความขัดแย้งมาจากคำสองคำ คือ ประชาธิปไตย กับ ความยุติธรรม เวลาใครพูดถึงสองเรื่องนี้มันนำคนออกมาเดินบนท้องถนนได้ทุกครั้ง กระบวนการคนเสื้อแดงก็มาจากสองคำนี้”

ถามว่าเป็นเรื่องยากไหมที่จะให้ คสช.ที่มาจากรัฐประหารมาทำเรื่องประชาธิปไตย

นิพิฏฐ์ ตอบว่า ยาก แต่ทำได้ ผ่านกระบวนการของนักวิชาการที่ไม่นิยมความรุนแรง และได้รับการยอมรับ ทำได้ผ่านนักการเมืองทั้งในอดีตและปัจจุบันที่คนยอมรับ แต่โดยตัวของ คสช.เองเขาอาจจะทำยาก

“ทว่าเวลานี้หลายคนไม่อยากเข้าร่วมเพราะหลายสาเหตุ เช่น การยึดอำนาจไม่ได้ลงเอยด้วยความสำเร็จ แต่มักลงเอยด้วยความล้มเหลว คนจึงไม่อยากเข้าไป เพราะจะถูกตราหน้าว่าคุณเข้าไปช่วยผู้ที่มาจากการยึดอำนาจ อยากดูตอนจบมากกว่า ไม่อยากเปลืองตัว ว่างั้นเถอะ นี่คือความยาก”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท