
ป.ป.ส.เผย1ปีจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดกว่า3แสน
ป.ป.ส.เผยสถิติจับกุมผู้ต้องหาตั้งแต่ต.ค 56-ก.ย. 57 กว่า3แสนคน ของกลางยาบ้า เกือบ100 ล้านเม็ด เปิดปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 3 เดือน
ป.ป.ส.เผยสถิติจับกุมผู้ต้องหาตั้งแต่ต.ค 56-ก.ย. 57 กว่า3แสนคน ของกลางยาบ้า เกือบ100 ล้านเม็ด เปิดปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 3 เดือน
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. เวลา 09.30 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมการบูรณาการแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2558 เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในห้วง 4 เดือน (ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2557) และให้ความเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2558 ซึ่งจะประกาศใช้ในปีงบประมาณ 2558 (ตุลาคม 2557 – กันยายน 2558) พร้อมเปิดปฏิบัติการจัดการปัญหายาเสพติดในระยะเร่งด่วน 3 เดือน
นายเพิ่มพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในช่วงปีงบประมาณ 2557 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.56 - 30 ก.ย. 57) สามารถจับกุมคดียาเสพติดในภาพรวม 345,774 คดี ผู้ต้องหา 364,587 ราย ปริมาณของกลางยาเสพติด ยาบ้า 96,140,903 เม็ด, ไอซ์ 1,072 กิโลกรัม,เฮโรอีน 497 กิโลกรัม,กัญชา 28,103 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติดได้ 1,467 ล้านบาท และนำผู้เสพ ผู้ติดเข้ารับการบำบัดรักษา จำนวน 289,288 คน แบ่งเป็นระบบสมัครใจ 125,246 คน ระบบบังคับ 141,347 คน ระบบต้องโทษ 22,695 คน
พล.อ ไพบูลย์ กล่าวว่า รับทราบผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรค พร้อมให้ความเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2558 และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน 3 เดือน (ต.ค. – ธ.ค. 57) โดยแผนการจัดการปัญหายาเสพติดดังกล่าวให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานเชิงรุกทั้งในด้านความร่วมมือภายนอกประเทศการป้องกันในกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหม่ การแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดให้ครบวงจร สร้างมาตรฐานการบำบัดรักษา สกัดกั้นยาเสพติดแบบบูรณาการ ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดด้วยการตัดวงจรทางการเงิน ปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติด และการแพร่ระบาด ในเรือนจำ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริง
พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่า โดยแผน ปี 2558 ประกอบไปด้วย 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์การควบคุมตัวยาและผู้ค้ายาเสพติด ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด ยุทธศาสตร์การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแบบบูรณาการ
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนฯ ปี 2558 คือ 1. การลดปริมาณยาเสพติดนอกประเทศ โดยเน้นมาตรการเชิงรุก ในเรื่องการข่าวที่ชัดเจน มีปฏิบัติการทางการทหาร มีการกำหนดเป้าหมายการสืบสวนร่วมกัน 2. การลดกลุ่มการค้าระดับต่างๆ โดยการทำลายโครงสร้างการค้า-อิทธิพล-เส้นทางการเงิน ของกลุ่มตามแนวชายแดน โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้เป็นยุทธการร่วม รวมถึงการเสนอให้มี การจัดกำลังแบบ Task Force โดยเฉพาะงานทางด้านทรัพย์สิน
3. การลดแรงงานยาเสพติดรายใหม่ โดยการณรงค์ ป้องกัน สร้างภูมิคุ้มกัน 4. การลดจำนวนผู้เสพยาเสพติด โดยการพัฒนามาตรฐานการบำบัดทุกระบบ ให้ครอบคลุมทุกด้าน สร้างความพร้อม และพัฒนาระบบติดตาม ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด โดยพัฒนาการติดตาม อย่างเหมาะสมกับบุคคล 5. การแก้ไขปัญหาในพื้นที่พิเศษ 3 พื้นที่ คือ จังหวัดชายแดนเหนือ โดยการจัดกลไกเบ็ดเสร็จ เพื่อทำลายโครงสร้างการค้าชายแดนและตัดเส้นทางการเงิน พื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการจัดกลไกแบบบูรณาการส่วนกลางและท้องถิ่น ตามแนวทางของ HIDTA และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยการบูรณาการกับพื้นที่ปัญหาความมั่นคง โดยกลไก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า 6. การสร้างเอกภาพและบูรณาการแผน ทุกระดับ ทั้งระบบ ทั้งนี้ที่ประชุมยังกล่าวถึงปัจจัยที่จะทำให้แผนฉบับนี้ประสบผลสำเร็จ อาทิ ความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน การทำงานซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ และการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า หลังจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละยุทธศาสตร์จะต้องแปลงไปสู่การปฏิบัติโดยทันที เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 3 เดือน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดสูงขึ้น ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในภาพรวมลดลง โดยอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ซึ่งจะกำหนดเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของแผนฯ ปี 2558 นี้ต่อไปป.ป.ส. ประกาศแผนจัดการปัญหายาเสพติด ปี 2558 พร้อมเปิดปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 3 เดือน







