posttoday
การส่งออกโลกชะงักหวั่นจุดชนวนศึกค่าเงินระอุ

การส่งออกโลกชะงักหวั่นจุดชนวนศึกค่าเงินระอุ

08 ตุลาคม 2557

บรรยากาศการค้าโลกที่ยังอึมครึม ไร้วี่แววว่าจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ)

โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม

บรรยากาศการค้าโลกที่ยังอึมครึม ไร้วี่แววว่าจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ตัดสินใจปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของการค้าโลกลง ช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จากเดิมที่คาดไว้ว่า น่าจะเติบโตราว 5.3% เหลือเพียงแค่ 4% เนื่องจากต้องเผชิญกับความเสี่ยงเศรษฐกิจขาลง

สอดคล้องกับความเห็นของ คริสติน ลาการ์ด ผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอ่อนแอกว่าที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ไว้ พร้อมพิจารณาจะหั่นคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจปีหน้าจากอัตราเดิมที่ 4% ลงอีก

แม้การฟื้นตัวของการค้าโลกในช่วงแรกหลังวิกฤตการเงินในปี 2008 จะขยายตัวค่อนข้างสูง จนเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออกทั่วโลกให้เติบโตดีขึ้น โดยสามารถขยายตัวในระดับสูงสุดราว 13-15% ได้ในปี 2010 แต่หลังจากนั้นภาคการส่งออกก็อ่อนแรงลง จนไม่สามารถช่วยให้เศรษฐกิจโลกผงกหัวฟื้นตัวได้ดั่งที่เคยคาดการณ์

ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังปรับฟื้นตัวได้อย่างเชื่องช้านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ อย่าง “การส่งออก” ให้ต้องเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนัก จนกลายมาเป็นแรงกดดันแก่รัฐบาลหลายประเทศเร่งหามาตรการรับมือ เพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวแรงหรือเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

เมื่อพิจารณาการเติบโตทางการค้าในหลายประเทศ ทั้งกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมทั้งกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่พึ่งพารายได้หลักจากการส่งสินค้าไปขายยังตลาดต่างประเทศ ต่างก็ประสบภาวะการส่งออกที่ขยายตัวในระดับอ่อนแอกว่าที่ประมาณการกันถ้วนหน้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจจากทั้ง 3 ทวีป ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี พี่ใหญ่ฝั่งยุโรป ที่ยอดการส่งออกเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาขยายตัวเพียง 0.9% ทั้งๆ ที่ก่อนจะเกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 การส่งออกของเยอรมนีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราเฉลี่ยต่อปีสูงกว่า 8% เลยทีเดียว

เช่นเดียวกับพญามังกรจีนพี่เบิ้มของเอเชียที่ปริมาณการส่งออกส่งให้จีนผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก แต่ตัวเลขการเติบโตด้านการส่งออกเมื่อปีที่ผ่านมากลับน่าผิดหวัง โดยชะลอตัวลงเหลือเพียง 8.6% ต่ำกว่าระดับเดิมช่วงทศวรรษที่ผ่านมาในอดีตที่การส่งออกเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 20%

แม้กระทั่งสหรัฐจากทวีปอเมริกายักษ์ใหญ่อันดับ 1 ทางเศรษฐกิจ ที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายต่างก็ให้ความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจแดนมะกันกำลังฟื้นตัวได้ดี จากสถิติตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณด้านบวก ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ จนนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาถือครองสกุลเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น ผลักดันให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี

ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งนี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เหนี่ยวรั้งการขยายตัวในการส่งออกสินค้าของเมืองลุงแซม ที่อยู่ในภาวะชะลอการเติบโตให้เข้าสู่ระดับที่ย่ำแย่ลง เนื่องจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นทำให้สินค้าของสหรัฐมีราคาแพงกว่าสินค้าจากพื้นที่อื่นๆ

นอกจาก 3 ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนของทั้ง 3 ทวีปแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาและการชะลอตัวของการส่งออกยังเป็นผลกระทบหลักที่โจมตีตลาดเกิดใหม่ทั่วเอเชียและประเทศอุตสาหกรรมหลายแห่งในยุโรปด้วย

โอกาสการขยายตัวด้านการส่งออกที่ยังไม่สดใสในหลายประเทศ ทำให้ผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายของแต่ละชาติ ต้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้หลายประเทศต่างก็พิจารณางัดมาตรการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินของตนเองมาใช้ เพื่อให้ค่าเงินอ่อนลง จนทำให้ราคาสินค้าสำหรับส่งออกปรับตัวลดลง และสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้มากขึ้น

การกดค่าเงินสกุลตนเองให้อ่อนค่าลง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าจากการส่งออก ถือเป็นมาตรการที่ประเทศต่างๆ นิยมใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีหนี้สินจำนวนมากและมีอัตราว่างงานสูง เพราะเป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการยกเครื่องเศรษฐกิจทั้งระบบ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางการเงินระดับสูงในบริษัทด้านการเงินชั้นนำของโลกหลายคนแสดงความคิดเห็นพร้อมเตือนว่า การกดค่าเงินให้อ่อนลงเพื่อฟื้นการส่งออก การจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศนั้น อาจก่อให้เกิด “สงครามค่าเงิน” รอบใหม่ เช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อ 3 ประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล รวมทั้งแทรกแซงค่าเงินสกุลตนเอง จนทำให้ค่าเงินอ่อนยวบกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งออกเหนือประเทศอื่นๆ เพื่อเอื้อเศรษฐกิจของตนเอง

เมื่อชาติมหาอำนาจเล่นเกมลดค่าเงินของตนเองเพื่อส่งเสริมการส่งออก ก็จะทำให้ประเทศอื่นๆ ต้องปรับตัวหาทางรอดด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเพื่อแก้เกม และประคองเศรษฐกิจของตนอันเป็นความเสี่ยงในการเปิดฉากสงครามเงินอีกครั้ง เพื่อปกป้องตนเอง และให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้

ภาวะการแข่งขันอันรุนแรงกอปรกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ จนกระทบภาคการส่งออก ทำให้สงครามค่าเงินทั่วโลกดูเหมือนจะเริ่มเปิดฉากขึ้นมาอย่างชัดเจนอีกครั้ง แถมสมรภูมิในครั้งนี้น่าจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิม เพราะนอกจากจะเผชิญสงครามค่าเงินแล้ว ยังต้องต่อสู้ในสงครามดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางประเทศต่างๆ งัดนโยบายออกมาป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

ทุกประเทศ ณ เวลานี้ คงทำได้แต่เพียงต้องเตรียมตัวรับมือกับสงครามครั้งนี้แต่เนิ่นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท