posttoday
ศก.จีนติดเบรคหัวคะมำทั้งเอเชีย

ศก.จีนติดเบรคหัวคะมำทั้งเอเชีย

07 ตุลาคม 2557

สำหรับชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 อย่างจีน ทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะ “รุ่ง” หรือจะ “ร่วง”

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

สำหรับชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 อย่างจีน ทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะ “รุ่ง” หรือจะ “ร่วง” ล้วนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วทั้งเอเชีย ซึ่งในปัจจุบันก็ดูเหมือนเศรษฐกิจกำลังจะอยู่ในภาวะขาลงเสียด้วย

ปี 2014 นับเป็นปีที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวที่สุดตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 โดยรัฐบาลตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่ 7.5% เท่านั้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น จากกรณีที่รัฐบาลจีนตัดสินใจปรับทิศทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพราะรัฐบาลแดนมังกรตระหนักแล้วว่า การเน้นอัดฉีดเพื่อกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ของจีนเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดปริมาณหนี้สินในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว จนสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหนี้ท่วม

อย่างไรก็ตาม การปรับโฉมเศรษฐกิจอย่างฉับพลันทำให้เศรษฐกิจที่ไม่แข็งแกร่งเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยสะท้อนได้จากปริมาณการปล่อยสินเชื่อของภาคการเงินที่ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซึ่งถือเป็นตลาดที่สำคัญของเศรษฐกิจแดนมังกรก็อยู่ในภาวะขาลงเช่นกัน จนล่าสุดทางการจีนต้องออกมาตรการผ่อนคลายกฎการปล่อยสินเชื่อเพื่อกู้ซื้อบ้าน

เศรษฐกิจแดนมังกรปีนี้จึงสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะไม่โตตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้ที่ 7.5% จนรัฐบาลต้องยอมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดย่อมๆ ก่อนการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้จะพลาดเป้า

การชะลอของเศรษฐกิจจีนสะท้อนได้จากข้อมูลของ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2014 นี้ อยู่ที่ 7.4% เท่านั้น โดยลดลงจากการคาดการณ์เดิมเมื่อเดือน เม.ย. ที่ 7.6% ขณะที่การส่งออกในเดือน ส.ค. แม้จะโตถึง 9.4% แต่ก็นับว่าลดลงจากเดือน ก.ค. ที่โตถึง 14.5%

นอกจากนี้ ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจพญามังกรย่อมกระทบต่อเอเชียทั้งภูมิภาค เพราะด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่โตถึง 9.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจจีนมีอิทธิพลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในกรณีสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ต้องถือว่าจีนอยู่ในฐานะหุ้นส่วนทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน โดยมูลค่าการค้าขายระหว่าง 2 เขตเศรษฐกิจ มีมูลค่าเกือบถึง 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 16 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ สัดส่วนการค้าขายระหว่างจีนกับบางชาติสมาชิกอาเซียนยังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพม่าที่มีสัดส่วนการค้ากับจีนขยายตัวถึง 45.7% เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา ขณะที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ค้าขายกับจีนมากที่สุดในอาเซียน ก็มีมูลค่าการค้าสูงถึง 1.06 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.39 ล้านล้านบาท)

ยิ่งไปกว่านั้น ชาติที่กำลังเผชิญหน้ากับจีนกรณีเขตแดนในทะเลจีนใต้อย่าง ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม การค้ากับพญามังกรมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจีนถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของทั้งคู่ และมีความสำคัญต่อตลาดส่งออกหลักเช่นกัน

ยืนยันได้จากการค้าขายระหว่างจีนกับเวียดนามมีส่วนขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามถึง 16.2% ขณะที่ฟิลิปปินส์ได้รับอานิสงส์จากการค้าขายกับจีนเป็นสัดส่วนถึง 12.8% ของจีดีพี

นอกจากนี้ แม้กระทั่งญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นประเทศพัฒนาแล้วแห่งเดียวในเอเชีย ก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะต้องมีการค้ากับจีนในสัดส่วนที่สูงไม่ได้ โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแดนปลาดิบ ทั้งภาคการส่งออกและนำเข้า โดยการส่งออกไปจีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 18.1% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าจากจีนอยู่ที่ 21.3% ของการนำเข้าทั้งหมด

จีนยังมีสถานะเป็น “โรงงานโลก” ที่รับจ้างผลิตสินค้าป้อนสู่ตลาดทั่วโลก ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจจีน ในฐานะผู้ส่งออกวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงานโลกแห่งนี้

อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่จีนอยู่ในภาวะขาลง ทำให้ปริมาณการนำเข้าลดลงไปด้วยเช่นกัน โดยสัดส่วนการนำเข้าของจีนเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ลดลง 2.4% อยู่ที่ 1.58 แสนล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น (ราว 4.8 ล้านล้านบาท) อีกทั้งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

กรณีปรับตัวลดลงของสัดส่วนการนำเข้าของจีน จึงกระทบต่อการส่งออกของประเทศในเอเชียแน่นอน และจะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นในเอเชีย

ล่าสุด ทางเวิลด์แบงก์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกในปี 2014 นี้ และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2015 อยู่ที่ 6.9% เท่านั้น จากการคาดการณ์เดิมที่ 7.1% เมื่อเดือน เม.ย.

ดังนั้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจึงเป็นแรงฉุดสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะเศรษฐกิจของอาเซียนที่มีการค้าขายกับจีนในสัดส่วนที่สูง ย่อมได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของจีนอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ