
พรเพชรยันสนช.มีอำนาจเต็มถอดถอนนักการเมือง
ประธาน สนช.ยืนกรานสภานิติบัญญัติฯ มีอำนาจถอดถอน แนะให้ดูที่สำนวน ป.ป.ช.มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่
ประธาน สนช.ยืนกรานสภานิติบัญญัติฯ มีอำนาจถอดถอน แนะให้ดูที่สำนวน ป.ป.ช.มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่าสนช.มีอำนาจเหมือนวุฒิสภาในการดำเนินการถอดถอนบุคคลตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งมา แต่จะดำเนินการหรือไม่ ต้องดูเหตุผลในสำนวนของ ป.ป.ช.ก่อน
สำหรับที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจสนช.นั้น เห็นว่า หากยื่นเรื่องไปก็ไม่ต้องทำอะไรกัน และไม่ทราบจะฟ้องตามความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้อย่างไร
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. กล่าวว่า เรื่องการถอดถอนเป็นประเด็นทางกฎหมายล้วนๆ ไม่มีเรื่องอารมณ์และความรู้สึกใดๆ เกี่ยวข้องกับการพิจารณา คิดว่าเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นแล้วจะยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร
ทั้งนี้ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ประสานงานยุโรปขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ส่งหนังสือถึงเลขาธิการสหภาพรัฐสภานานาชาติให้ทบทวนการเชิญ สนช.เข้าร่วมประชุมสหภาพรัฐสภานานาชาติเพราะขาดคุณสมบัติเรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตยว่า ตามรัฐธรรมนูญระบุให้ สนช.ทำหน้าที่รัฐสภา จึงเชื่อว่า สนช.จะเข้าร่วมประชุมดังกล่าวได้
ด้าน นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ อดีต สว. ซึ่งอยู่ในข่ายถูกถอดถอนจากการลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องที่มา สว.มิชอบ กล่าวว่า การถอดถอนเป็นเรื่องการเมืองสว.ที่ถูกยื่นถอดถอนกลายเป็นเหยื่อ และยืนยันว่า สนช.ไม่มีอำนาจถอดถอนได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 เลิกไปแล้ว
นอกจากนี้ การดำเนินการฟ้องร้องสนช.ฐานปฏิบัติโดยมิชอบ ก็คงต้องหารือกันก่อนระหว่างอดีต สว. ซึ่งในวันที่ 14-15 ต.ค.จะนัดพบปะสังสรรค์กันที่ จ.อุดรธานี คงจะมีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ซึ่งเท่าที่ทราบมีอดีต สว.หลายคนเตรียมฟ้องด้วย
ด้าน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า หาก สนช.ดำเนินการถอดถอน ก็จะไปยื่นศาลปกครองในมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาอาฆาตอะไรผมนัก อย่าอาฆาตกันเลย ผมบอกแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการเมืองอีก ผมแค่ทำตามหน้าที่ แบบนี้เหมือนโดนกลั่นแกล้ง” นายนิคม กล่าว







