posttoday
ไทยบ๊วยเออีซี

ไทยบ๊วยเออีซี

07 ตุลาคม 2557

ธนาคารโลกหั่นจีดีพีปีหน้าโต3.5%อัตราขยายตัวต่ำสุดในกลุ่มอาเซียนทีดีอาร์ไอจับตาแนวโน้มว่างงานพุ่ง

ธนาคารโลกหั่นจีดีพีปีหน้าโต3.5%อัตราขยายตัวต่ำสุดในกลุ่มอาเซียนทีดีอาร์ไอจับตาแนวโน้มว่างงานพุ่ง

ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจไทยปีหน้าโตเหลือ 3.5% เติบโตต่ำสุดในอาเซียน

นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถลงผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยได้ปรับลดคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้จาก 2.5% เหลือ 1.5% และในปีหน้าลดการเติบโตจีดีพีเหลือ 3.5% จากคาดการณ์เดิม 4.5%

อัตราดังกล่าวถือเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียน เป็นผลมาจากการบริโภคในประเทศยังฟื้นตัวช้าแม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา 4 หมื่นล้านบาท ก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 เดือนสุดท้ายของปีได้เพียง 0.78% เท่านั้น เนื่องจากหนี้ครัวเรือนไทยยังสูงมากกว่า 80% ของจีดีพี ขณะที่การลงทุนคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ที่ 1.5%

นอกจากนี้ การส่งออกของไทยขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ เพราะมีข้อจำกัดในโครงสร้างการผลิตเพื่อการส่งออก ขณะเดียวกันการใช้จ่ายภาคเอกชนอาจจะน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง อาทิ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจจะยังไม่มั่นใจในการเดินทางมาเที่ยวไทย หรือความไม่แน่นอนจากการเมืองที่รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนอาจจะมองผลกระทบเรื่องความไม่ต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย

“ในปีหน้าหากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ 1.4 แสนล้านบาท ถูกอัดฉีดเข้ามาในตลาดได้หมด จะดันจีดีพีได้ราว 1.49% แต่หากเบิกจ่ายได้ต่ำกว่า 80% เศรษฐกิจเสี่ยงจะขยายตัวต่ำ อย่างไรก็ดีเวิลด์แบงก์จะปรับประมาณการเศรษฐกิจเฉพาะสาขาของไทยอีกครั้งในปลายปีนี้” นายอูลริค กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดว่าในปี2558 จีดีพีของพม่าจะขยายตัวสูงสุด คือ 8.5% รองลงมาคือกัมพูชา 7.5% ฟิลิปปินส์ 6.7% ลาว 6.4% อินโดนีเซีย 5.6% มาเลเซีย 4.9% ไทยรั้งท้ายโตแค่ 3%

นายอูริช กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ และความสามารถในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ จะถูกจับตามองย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีผลต่อการส่งออกของไทย นอกจากนี้ภายหลังจากที่มีรัฐบาลใหม่แล้ว แต่ละกระทรวงต่างได้นำเสนอนโยบายด้านต่างๆ เช่น การปฏิรูปภาษี, นโยบายด้านพลังงาน และโครงการช่วยเหลือเกษตรกรหลายโครงการ ซึ่งต้องติดตามต่อไป ส่วนการปฏิรูปภาษี ทั้งภาษีมรดกและภาษีที่ดินรัฐบาลน่าจะพยามทำให้เห็นว่ารัฐบาลอยากแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แต่จะมีผลให้รายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนอยู่ที่อัตราที่จะจัดเก็บจริงๆด้วย ซึ่งหากเก็บเฉพาะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในอัตราที่ไม่สูงก็อาจะส่งผลต่อรายได้ไม่มากนัก อย่างไรก็ดีจากผลการศึกษาของประเทศที่พัฒนาแล้วในการจัดเก็บภาษีดังกล่าว พบว่าภาษีมรดกที่เก็บได้จะมีจำนวนไม่สูงนักเมื่อเทียบกับงบประมาณของประเทศ

ด้าน น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะที่อยู่ศูนย์กลางมากนัก เนื่องจากไทยมีการเปิดเสรีการค้าสินค้าที่เก็บภาษี 0% มาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ส่วนการลงทุนและบริการ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงาน 7 วิชาชีพที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นั้นยังต้องติดตาม อย่างไรก็ดีแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำที่สุดในภูมิภาค แต่นักลงทุนต่างชาติยังสนใจเข้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไม่เคยลดลงเลยมาตั้งแต่ปี 2556 ยังเพิ่มตลอด แสดงว่านักลงทุนยังเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย

“ส่วนเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนจากการลดมาตรการคิวอีของสหรัฐและเตรียมขึ้นดอกเบี้ยไม่น่าทำให้สภาพคล่องในไทยลดลงมากนัก และคงไม่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนไทยในระดับน่าห่วง เพราะถึงสหรัฐจะลดคิวอี แต่ฝั่งประเทศญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปยังน่าจะเพิ่มมาตรการอัดฉีดเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ฉะนั้น เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าออกไทยอาจจะถูกทดแทนได้อย่างสมดุล แต่เรื่องนี้ยังต้องติดตาม” น.ส.กิรฏากล่าว

โพสต์ทูเดย์ คลังเตรียมหั่นจีดีพี ทิ้งทวนปี 57 ลุ้นแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจดันเบิกจ่ายเร่งลงทุนฉุดช่วงปลายปี

ทงดนนายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการด้านวิจัยพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หากจีดีพีโตไม่ถึง 4% จะส่งผลให้เกิดการว่างงานสะสมเพิ่มมากขึ้น จากที่สะสมมา 2 ปีแล้ว ซึ่งจะมีแรงงานและนักศึกษาจบใหม่ปีละ 3 แสนคน เข้าสู่ตลาดแรงงานดังนั้นหากเศรษฐกิจโตต่ำกว่า4% ก็ไม่สามารถที่จะดูดซึมนักศึกษาใหม่ที่จบมาเข้าทำงานได้ทั้งหมดและยิ่งจะเกิดปัญหารการว่างงานสะสมมากขึ้น ย่างไรก็ตามแม้ว่าอัตราการว่างงานใกล้1% ดูเหมือนตัวเลขไม่มาก แต่เป็นจำนวนคนว่างงานประมาณ 3 แสนคน ก็ถือว่ามากพอสมควร และหากแยกประเภทคนที่จบการศึกษาพบกว่าระดับประญญาตรีและปวส. จะมีการตกงานมาก โดยเฉพาะการปรับค่าแรงงาน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ภาคเอกชนชะลอการรับคนงาน ทั้งนี้นักศึกษาที่จบงานใหม่อาจจะพอที่จะหันไปทำงานภาคการบริการ การท่องเที่ยว ค้าปลีก แทนภาคอุตสาหกรรม และต้องยอมรับการทำงานที่ไม่ตรงตามวุฒิการศึกษา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท