
ตร.ส่งสำนวนฆ่าฝรั่งเกาะเต่าให้อัยการเตรียมฟ้องศาล
ตำรวจส่งสำนวนคดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะเต่าให้อัยการพิจารณาก่อนส่งฟ้องศาล ยันเป็นผู้ต้องหาตัวจริง พยานหลักฐานครบถ้วน
ตำรวจส่งสำนวนคดีฆ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เกาะเต่าให้อัยการพิจารณาก่อนส่งฟ้องศาล ยันเป็นผู้ต้องหาตัวจริง พยานหลักฐานครบถ้วน
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 รา ยที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้นำสำนวนการสอบสวน นายวิน และนายจอ ชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุส่งให้อัยการจังหวัดเกาะสมุยพิจารณาแล้ว ก่อนที่ส่งฟ้องศาล
พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการ สภ.เกาะพะงัน กล่าวว่า สำนวนการสอบสวนที่ส่งให้กับอัยการจังหวัดเกาะสมุย มีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเชื่อว่าจะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้แน่นอน โดยยืนยันว่าเป็นผู้ต้องหาตัวจริง ไม่ใช่เป็นแพะอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์
ด้าน นายไพบูลย์ อาชวานันทคุณ อัยการจังหวัดเกาะสมุย กล่าวว่า คดีนี้อัยการสูงสุดได้สั่งการให้ตั้งทีมดูแลสำนวนคดีโดยเฉพาะ โดยมอบให้อธิบดีอัยการภาค 8 เข้ามาดูแลเอง
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์ศิรินทร์ รอง ผบช.ภาค 8 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานรวบรวมพยานหลักฐานคดี กล่าวว่า คดีนี้การสอบสวนไม่ยุ่งยาก แต่การสืบสวนกว่าจะได้พยานหลักฐานและตัวคนร้ายยุ่งยากกว่า ซึ่งอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งคณะทำงานเข้ามาดูแลคดีโดยเฉพาะ และทีมอัยการจะนำคดีเสนอขึ้นสู่ศาลโดยเร็วที่สุด จึงขอยืนยันว่าการทำงานของทีมพนักงานสอบสวนอยู่ในสายตาสื่อมวลชนตลอดไม่มีการทำผิดกฎหมายและอยู่ภายใต้กฎหมายทุกประการ
วันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการสั่งการและควบคุมอาชญากรรม สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมนายไซไฟ ชาวพม่า ตัวแทน เครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติและคณะรวม 4 คน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ปวีณ โดยได้สอบถามการสืบสวนในคดีเนื่องจากจากได้รับการร้องเรียนผ่านเครือข่ายว่า อาจมีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาและสงสัยกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมีการตั้งทีมทนายความช่วยเหลือผู้ต้องหา
พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวว่า ตัวแทนกรรมการสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายด้านแรงงานพม่าได้เข้าสอบถามเกี่ยวกับการสอบสวน เนื่องจากมีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียว่ามีการซ้อมผู้ต้องสงสัย ซึ่งได้ชี้แจงขั้นตอนการทำงานที่ดำเนินการตามมาตรฐานไม่มีการละเมิด ซึ่งทางตัวแทนกรรมการสิทธิฯมีความพอใจและเข้าใจการทำงานของตำรวจ
"นอกจากนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะขอไปพบผู้ต้องหาเพื่อสอบถามว่าจะให้แต่งตั้งทนายความช่วยเหลือด้านคดีหรือไม่ หากต้องการจะดำเนินการให้ตามสิทธิของผู้ต้องหา"พล.ต.ต.ปวีณ กล่าว
ด้าน น.ส.พรเพ็ญ กล่าวว่า เป็นที่น่าพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้จะไปขอพบผู้ต้องหาเพื่อดูเกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านคดี
ทั้งนี้ในวันที่ 7 ต.ค. เวลา 13.00 น. พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเอกอัครทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย จะร่วมแถลงข่าวในคดีนี้อีกครั้ง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในการทำคดีร่วมแถลงด้วย







