posttoday
"ประยุทธ์"ชี้จ่ายเงินชาวนาไม่ใช่ประชานิยม

"ประยุทธ์"ชี้จ่ายเงินชาวนาไม่ใช่ประชานิยม

06 ตุลาคม 2557

นายกฯระบุแจกเงินชาวนาไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน ตั้ง มท.1 เป็นประธานจัดโซนนิ่งเกษตร

นายกฯระบุแจกเงินชาวนาไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน  ตั้ง มท.1 เป็นประธานจัดโซนนิ่งเกษตร 

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา12.10น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.)ว่า ปัญหาเรื่องข้าวจะมีการแก้ตามลำดับ แบ่งออกเป็นระยะที่หนึ่งหรือระยะเร่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วใน 4 เดือนแรก ซึ่งได้จ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการจำนำข้าวไปแล้วบางส่วน  ระยะที่สอง คือการหามาตรการระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยจะทำคู่ขนานกับการแก้ปัญหาระยะสั้น

ทั้งนี้วิธีการดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินชาวนา ไม่ใช่ประชานิยมแต่เป็นแก้ปัญหาเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไทยจะเป็นอันดับหนึ่งในการขายข้าวในอาเซียนซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่ก็ยังมีปัญหาคือขายข้าวได้แต่ราคาไม่สูง ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาข้าวสูงขึ้น เนื่องจากขณะนี้ทั่วโลกประสบปัญหามีการสู้รบ มีเชื้อโรคอีโบล่า จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการส่งออก ขายได้มากแต่ไม่สามารถส่งออกได้ ต่างประเทศมีการปลูกมากขึ้น มีการแข่งขันด้านราคามากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้หารือการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนาขึ้น โดยหามาตรการทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างยั่งยืน ปรับปรุงพันธุ์ข้าวและส่งเสริมความต้องการทางการตลาด

นอกจากนี้จะต้องจัดกลุ่มชาวนาเพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเป็น 1.ชาวนาที่มีพื้นที่เกษตรน้อย 2. ชาวนาที่มีพื้นที่ 40 ไร่ขึ้นไป 3. ชาวนาที่มีเงินทุนสูง มีเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีที่ช่วยในการเพาะปลูก ทำให้ได้ผลผลิตมาและมีคุณภาพและ 4.เจ้าของที่นาให้เช่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาให้ชาวนา โดยเฉพาะบางจังหวัดมีที่ยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าว ไม่ว่าจะเป็นชาวนาที่ถูกหลอก หรืออะไรก็ตามแต่ขอให้มีข้าวเราก็จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ไม่ต้องกลัว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สำหรับศูนย์ดำรงธรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย และ ศูนย์เกษตรที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 2 ศูนย์จะเป็นส่วนช่วยในการีขับเคลื่อนให้เกษตรกร โดยทำงานเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน โดยจะทำงานบูรณาการใช้ศักยภาพของภาครัฐทุกกระทรวงที่มีอยู่เข้าไปช่วยเหลือเกษตร เช่น จะใช้พื้นที่ด้านเกษตร การสนับสนุนการปลูก การผลิต การตลาด นอกจากนี้ในระยะยาว ต้องสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สร้างตัวแทนเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ เน้นที่ลูกหลานส่งเสริมด้านการศึกษาให้เป็นด็อกเตอร์ เพื่อให้มีเกษตรกรที่มีความรู้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องของการจัดโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูก มีการตั้งให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานหลักในการดูและ ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการดูแลพื้นที่จะรวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางพาราด้วย โดยต้องทำให้ใช้น้ำน้อย ผลผลิตสูง นอกจากนี้ต้องส่งเสริมให้รักชาวนา ทำให้คนทั้งโลกกินข้าว กินขนมจีนไม่กินแต่ขนมปัง

ขณะเดียวกันได้สั่งให้กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสำรวจเรื่องการจดทะเบียนเกษตรกร ทั้งพื้นที่ในและนอกเขตชลประทาน และให้กระทรวงอุตสาหกรรมดูการปลูกพืชตามลุ่มน้ำ ซึ่งพื้นที่ตามลุ่มน้ำไม่ควรจะตั้งโรงงาน นอกจากนี้จะนำเรื่องการเกษตรมาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงนิเวศน์ หรือที่เรียกว่าโฮมสเตย์ เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศในระยะเวลานานขึ้น 15-20 วัน

นอกจากเรื่องภาคการเกษตรแล้วยังเป็นห่วงเรื่องประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่มีที่ดินทำกิน จึงจะจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องดังกล่าว โดยตั้งพล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับผิดชอบหลัก อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่ถูกจัดระเบียบเรื่องที่ดินให้อดทน เราจะเข้าไปดูแลช่วยเหลือว่าจะทำอย่างไร ให้ประชาชนมีที่ดินหรือทำเป็นระบบสหกรณ์ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท