
ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องคดีสรรหาซูเปอร์บอร์ดกสทช.
ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องคดีการคัดเลือกคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ
ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องคดีการคัดเลือกคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 11.00 น. ศาลปกครองกลาง อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีคำร้องที่ 159/2557 คำสั่งที่ 425/2557 ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่าง นายขุนธรรม เดือดขุนทด ผู้ฟ้องคดี กับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีนี้ นายขุนธรรม ฟ้องว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2555 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องการดำเนินการคัดเลือกดังกล่าว ไม่มีความโปร่งใส และเป็นไปโดยไม่สุจริต ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งสมัครเข้ารับการคัดเลือกดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย สรุปคำขอ : ขอให้เพิกถอนผลการคัดเลือกดังกล่าว และให้ดำเนินการคัดเลือกใหม่
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากผู้ฟ้องคดียังไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการดำเนินการคัดเลือกฯ ดังกล่าว เนื่องจากการดำเนินการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ประธานวุฒิสภา) เพื่อจัดให้สมาชิกวุฒิสภาคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555 เป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการและการดำเนินการเพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองเท่านั้น มิใช่คำสั่งทางปกครองที่จะมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด และถึงแม้การดำเนินการคัดเลือกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 จะมีผลทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปสู่ขั้นตอนการคัดเลือกให้เหลือจำนวน 5 คน ตามข้อ 16 วรรคสองของระเบียบวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการติดตามฯ ก็ตาม
แต่จากข้อเท็จจริงขณะยื่นฟ้องคดีนี้ก็ยังไม่ปรากฎว่ามีการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการฯ โดยนิตินัยจึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดียังไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว จึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย







