
ปฏิรูปใหม่ : ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?
ทำไมต้องปฏิวัติรัฐประหารแล้วก็ปฏิรูป ไม่จบเสียที?
ทำไมต้องปฏิวัติรัฐประหารแล้วก็ปฏิรูป ไม่จบเสียที?
ปฏิรูปคราวนี้แล้วจะมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่?
ปฏิรูปแล้วปัญหาเดิมจะหมดไป บ้านเมืองจะดีขึ้นหรือเปล่า?
คำถามเก่า ถึงวันนี้ก็ยังเชื่อว่าจะได้คำตอบเก่า สุดท้ายบ้านเมืองก็กลับมาเป็นอย่างเก่า เข้าสู่วงจรอุบาทว์ที่ไม่เคยแก้ไขให้เด็ดขาดได้
มีรัฐธรรมนูญใหม่ ไปเลือกตั้งได้รัฐสภาใหม่ จัดตั้งรัฐบาล มีการทุจริตประพฤติมิชอบ ใช้เสียงข้างมากลากไป ในสภาพูดไม่ได้ ออกมาข้างถนน ประชาชนทนไม่ได้ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล ปัญญาชนสุดจะทนออกมาร่วมขับไล่ รัฐบาลไม่ยอมลาออก เกิดความวุ่นวาย สุดท้ายทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหาร เอาเฉพาะยุคใหม่ก็จะมี รสช. คมช. คสช.เป็นต้น ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครอง หรือรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งรัฐบาลทหารมาบริหารประเทศ ตั้งคณะปฏิรูปเป็นกรรมการบ้าง สภาบ้างแล้วแต่รูปแบบแต่ละยุคแต่ละสมัย เพราะเหตุว่าที่ปฏิวัติรัฐประหารมาเพื่อจะได้ปฏิรูปประเทศไทยกันใหม่ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้เกิดความชอบธรรมก็ต้องผ่านสภานิติบัญญัติ สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติในยุคนี้ บางทีก็ไปทำประชามติแบบขอให้ผ่านไปก่อน แล้วก็มาประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ มีกฎหมายใหม่องค์กรใหม่ที่ออกมาเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วสุดท้ายก็ไปเลือกตั้ง วนเวียนอยู่อย่างนี้มา 80 กว่าปี
การเมือง การปกครอง และระบอบประชาธิปไตยของไทย มีการปฏิวัติรัฐประหาร มีการปฏิรูปมากที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถสะบัดให้หลุดพ้นจากวงจรเดิมได้ต้องกลับไปกลับมา และทำท่าจะแย่ลงทุกที
ปฏิรูปครั้งนี้จะดีกว่าเก่าหรือไม่?
ตอบยาก เพราะกระบวนการต่างๆ ที่ผ่านมาหลายเดือนยังเหมือนเดิม “สินค้าเก่าในห่อใหม่” จะห่อให้สวยงามอย่างไรสินค้าข้างในคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
คงต้องรอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ตั้งขึ้นมาว่าจะเอาอย่างไร แต่สุดท้ายคนที่จะตัดสินใจและรับผิดชอบก็คือรัฐบาลและ คสช.
เสียดายที่ คสช. ไปตีกรอบเวลาการทำงานไว้น้อยเกินไป ไม่รู้ใครไปให้คำแนะนำว่าต้องรีบทำกำหนดเวลาให้ชัดเจนเหมือนโรดแมปที่ประกาศออกมา กลัวต่างชาติจะว่าจะกดดัน แต่ไม่ได้คิดว่าที่เดือดร้อนวุ่นวายเสียหายมาต่างชาติหน้าไหนก็มาแก้ไขไม่ได้ต้องคนไทยแก้ไขกันเอง หากจะทำงานใหญ่ยกเครื่องประเทศไทยไม่ต้องไปเกรงใจใคร ทำให้ดีที่สุด ทำให้จบ จะต้องลบประวัติศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทยที่ล้มเหลวมาตลอดให้ได้
นักลงทุนต่างชาติคู่ค้ากับไทย รวมทั้งคนไทย ต้องการความแน่นอนมากกว่าความไม่แน่นอนที่จะเกิดจากการปฏิรูปแล้วไม่จบ
หากต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ทั้งที่ไม่จบ ก็จะกลับไปที่จุดเดิมที่ทำให้ต้องเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ที่ทำกันมาก็เสียเวลาและสูญเสียทั้งเลือดเนื้อและชีวิตของวีรชนไปโดยเปล่าประโยชน์
การเมืองไม่นิ่งยิ่งจะเกิดความวุ่นวายจนอาจกลายเป็นกลียุค ไม่รู้ว่าจะปฏิวัติรัฐประหารเพื่อยุติความวุ่นวายได้อีกหรือไม่ ในเมื่อความเชื่อถือความไว้วางใจว่าทหารซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายจะทำได้มันไม่มีเสียแล้ว ประชาชนต่างฝ่ายก็อาจถือเอาอำนาจมาไว้เสียเองจนเกิดความแตกแยกวุ่นวาย และทำให้คนไทยต้องต่อสู้กันฆ่าฟันกันเองเช่นในอดีตที่ผ่านมาที่คนไทยต้องหนีเข้าป่าหยิบอาวุธมาต่อสู้ฆ่าฟันคนไทยด้วยกันเอง ไม่ใช่จะเกิดขึ้นไม่ได้เพราะมันเคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย คนเหล่านี้ก็ยังมีเงินและอำนาจ มีบทบาทในวงการเมืองไทย ที่สำคัญวันนี้บ้านเมืองเราก็แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่าในอดีตที่คนเหล่านี้ไม่กล้าแสดงออกในที่สาธารณะมาก่อน เมื่อก่อนการแสดงออกยังไม่กว้างขวางรวดเร็วเพราะสื่ออยู่ในมือของรัฐบาลยังใช้กระดาษ ออกอากาศไม่กี่ช่องทาง แต่เดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างเปิดกว้างกระจายออกไปในโลกได้อย่างรวดเร็วเท่าความคิดของเรา ไม่มีใครไปควบคุมได้อีกต่อไป ขณะนี้ในหลายประเทศทั่วโลกก็กำลังเกิดปัญหาเช่นนี้อยู่เหมือนกัน
ดูแล้วอาจน่ากลัว แต่หากมองไม่เห็นว่าสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ และจะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะแย่ที่สุดเป็นอย่างไร เราก็คงไม่สนใจที่จะหาทางป้องกันและแก้ไขกันอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เหตุการณ์มันลุกลามไปจนไม่สามารถแก้ไขได้
แล้วจะมานั่งเสียใจในภายหลังว่า เมื่อเรามีโอกาสที่จะแก้แล้วเราไม่ได้ทำให้เสร็จ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเสียแล้ว หากมันเกิดขึ้นแล้วก็อยากที่จะกลับไปเริ่มต้นกันใหม่
เหตุการณ์ความวุ่นวายความเสียหายที่ภาคใต้ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน จนเดี๋ยวนี้ก็ยังแก้ไขไม่ได้ ลองคิดดูว่าถ้าเป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ในระดับประเทศจะเป็นอย่างไร
30 ปีทางการเมืองที่ผ่านมา ยังไม่เคยคาดการณ์อุบัติการณ์ทางการเมืองผิดเลย บางครั้งอาจช้ากว่าที่คิดแต่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นมาจนได้ ที่เป็นห่วงก็เกิดจากประสบการณ์ที่เห็นมาอย่างต่อเนื่องและเคยอยู่กับทุกฝ่ายมานาน ทำให้พอจะรู้ว่าใครคิดอะไร อยากทำอะไร จะทำอะไร แล้วจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงร้ายแรงอย่างที่เป็นห่วงเสมอไป เพราะหลายเหตุการณ์ป้องกันได้ แต่คนที่อยู่ในอำนาจอาจอยู่ห่างข้อมูลข้อเท็จจริงไม่สนใจใส่ใจจะป้องกันแก้ไขหรืออาจไม่รู้ไม่เข้าใจแล้วยังไม่สนใจที่จะฟังเสียงนกเสียงกา ไม่เหมือนคนโบราณ เวลาจะมีภัยมาอย่าว่านกกามันร้อง แม้แต่จิ้งจกทักเขายังต้องฟังและระมัดระวังเลย
หากสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็เป็นไปได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างที่คาดไว้แน่นอน
ประชาธิปไตยต้องเกิดจากประชาชน เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน
ไม่ใช่มีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งแล้วจะเป็นประชาธิปไตย
เมื่อก่อนกฎหมายมีไม่กี่ฉบับ องค์กรอิสระก็ไม่มี สังคมไทย ประเทศไทยยังน่าอยู่กว่านี้ คนไทยก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ปัญหาที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ที่การเมืองการปกครองระบอบไหนหรือกฎหมายใด เพราะการที่เราเขียนกฎหมายให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ให้คนไทยเป็นคนดีอยู่ดีกินดี ให้มีการปฏิรูปการศึกษา ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มันเป็นไปไม่ได้และไม่เคยสำเร็จ
ต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาทั้งหมดเกิดจากคน
คำตอบคือการพัฒนาคน จะทำอย่างไรให้คนเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ คิดเป็นทำเป็น รู้ดีรู้ชั่ว ซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรม
สภาปฏิรูปแห่งชาติคงคิดใหม่ทำใหม่ หาไม่ประเทศไทยคงกลับไปเป็นแบบเก่าก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร
บ้านเมืองจะอยู่ได้หรือไม่ จะคืนความสุขให้คนไทยได้หรือเปล่า
คสช.และรัฐบาล คงต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







