
วิปรับสภาพคดีถอดถอนนิคมสมศักดิ์อาจถึงทางตัน
หมอเจตน์เผย สนช.เสียงแตก กระทบคดีถอดถอนนิคมสมศักดิ์
หมอเจตน์เผย สนช.เสียงแตก กระทบคดีถอดถอนนิคมสมศักดิ์
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และโฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการ สนช.ชั่วคราว (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เสียงของ สนช.ยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายที่เห็นว่า สนช.ไม่สามารถถอดถอนได้ก็มีอยู่จำนวนมาก ดังนั้นที่ประชุมใหญ่ สนช.คงต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด
นพ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าหากสำนวนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งคืนกลับมายัง สนช. ยืนยันว่า ความผิดของนายสมศักดิ์และนายนิคมเป็นไปตามฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีฐานความผิดตามกฎหมายอื่นประกอบด้วย คงทำให้การถอดถอนไปด้วยความลำบากมากขึ้น เพราะขณะนี้รัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของวิป สนช.จะไม่มีการออกมติเด็ดขาดว่าจะดำเนินการถอดถอนได้หรือไม่ คงทำแค่ให้ความเห็นประกอบทางกฎหมายเท่านั้น เพื่อส่งให้ที่ประชุม สนช.ชุดใหญ่ลงมติตัดสินใจต่อไป
“ยังมีช่องทางมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่ระบุว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้แก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็เป็นเรื่องที่เคยปฏิบัติมาในอดีตอยู่แล้ว แต่คงต้องมีการหารือกันอีกครั้งในเรื่องนี้” นพ.เจตน์ กล่าว
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) มีสิทธิยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ สนช.ในการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการหาทางออกกับปัญหาดังกล่าว โดยเวลานี้ สนช.กำลังรอดูรายละเอียดของสำนวนถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่จะส่งมาจาก ป.ป.ช.ก่อน เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องชะลอการพิจารณาถอดถอน เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการ พยายามคัดค้านการใช้อำนาจของ สนช. เพื่อถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมืองในเวลานี้เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงอยากให้คนกลุ่มนี้คิดถึงบ้านเมืองและประชาชน และควรหยุดออกมาทำร้ายบ้านเมืองได้แล้ว







