
เปิดทางบสย.กู้ชีพรายย่อย
แก้กม.ขยายค้ำหนี้นันแบงก์กลุ่มสหกรณ์ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น
แก้กม.ขยายค้ำหนี้นันแบงก์กลุ่มสหกรณ์ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น
บสย.เสนอคลังแก้กฎหมายขยายค้ำประกัน นันแบงก์ ลีสซิ่ง ยันกลุ่มสหกรณ์อุ้มเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ
นายวิเชษฐ์ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไปสายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เตรียมเสนอกระทรวงการคลังแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสินเชื่อ พ.ศ. 2534 ใหม่ เพื่อขยายขอบเขตการค้ำประกันของ บสย.ให้ครอบคลุมถึงผู้ให้บริการ ได้แก่ กลุ่มนันแบงก์ กลุ่มลีสซิ่ง แฟกเตอริ่ง นาโนไฟแนนซ์ จากปัจจุบันที่จะให้บริการแก่สถาบันการเงินได้เท่านั้น รวมทั้งยังขยายการค้ำประกันให้ครอบคลุมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์ คณะบุคคล จากปัจจุบันที่จะค้ำประกันได้เฉพาะบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่เป็นเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ ผลจากการแก้กฎหมายครั้งนี้จะทำให้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกือบทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้สะดวกรวดเร็ว และมีต้นทุนที่ต่ำลง
“คงบอกได้ว่าจะเพิ่มวงเงินค้ำประกันได้มากแค่ไหน แต่มีการประมาณการกันว่ากลุ่มเอสเอ็มอี ที่ใช้สภาพคล่องผ่านระบบลีสซิ่ง แฟกเตอริ่ง และนันแบงก์ที่ไปกู้เพื่อเอามาเป็นทุนหมุนเวียน มีวงเงินปีหนึ่งกว่า 1 แสนล้านบาท” นายวิเชษฐ์ กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานของ บสย.ในระยะ 510 ปีนั้น บสย.เตรียมศึกษาเรื่องการรับค้ำประกันการออกตราสารของเอสเอ็มอีไซส์ขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการระดมทุนในตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (เอ็ม เอ ไอ) ซึ่งจะทำให้การจัดเรตติ้งตราสารดังกล่าวดีขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อตราสารของเอสเอ็มอีของนักลงทุนมากขึ้น ทั้งยังทำให้เอสเอ็มอีได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำเห็นผลมาแล้วในประเทศเกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น
น.ส.พิณทิพย์ รุจทิฆัมพร ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า การแก้กฎหมายประกันสินเชื่อฯ เพื่อรองรับการทำงานของ บสย.ในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน คณะบุคคล รวมถึงการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อขอสินเชื่อ เช่น สหกรณ์แท็กซี่ สหกรณ์โคนม เนื่องจากทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินในลักษณะของการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เช่น สมาคม สมาพันธ์เอสเอ็มอีต่างๆ ซึ่งเดิมกลุ่มเหล่านี้ไปยื่นขอกู้ แบงก์จะไม่ปล่อยให้ แต่ถ้า บสย.เข้าไปค้ำได้ ก็จะช่วยเรื่องสภาพคล่องได้มากขึ้น
นอกจากนี้ เรื่องการค้ำประกันการออกตราสารในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องออกกฎหมายรองรับการทำธุรกรรมนี้ด้วย







