posttoday
ปั้นผู้ช่วยพยาบาล1.6 หมื่นคนรับมือสังคมผู้สูงอายุ

ปั้นผู้ช่วยพยาบาล1.6 หมื่นคนรับมือสังคมผู้สูงอายุ

05 ตุลาคม 2557

สภาการพยาบาลเร่งปรับหลักสูตรปั้นผู้ช่วยพยาบาลรับมือภาวะสังคมผู้สูงอายุ ตั้งเป้าผลิต 16,000คนใน 2 ปี

สภาการพยาบาลเร่งปรับหลักสูตรปั้นผู้ช่วยพยาบาลรับมือภาวะสังคมผู้สูงอายุ ตั้งเป้าผลิต 16,000คนใน 2 ปี

นางทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล เปิดเผยว่า จากแนวโน้มสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุกว่า 16% ของประชากรทั้งหมด และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับอัตราการเกิดที่ต่ำลง ทำให้ในอนาคต ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ซึ่งในส่วนของสภาการพยาบาลเองตระหนักและเห็นความจำเป็นในการดูแลสุขภาพของประชากรกลุ่มดังกล่าว ตั้งแต่การป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุที่ต้องการการพึ่งพิง ด้วยเหตุนี้ยุทธศาสตร์ของสภาการพยาบาลจะเน้นการผลิตบุคลากรที่มีความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งในสถานบริการและในชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในเมืองไทยจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นหลัก

นางทัศนา กล่าวว่า ขณะนี้สภาการพยาบาลได้วางแผนหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อผลิตบุคลากรเพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างการจัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับงานด้านชุมชนสำหรับพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล เพื่อผลิตบุคลากรออกไปดูแลสุขภาพประชากรสูงอายุในทุกพื้นที่ ซึ่งในส่วนของพยาบาลวิชาชีพจะเพิ่มความรู้เกี่ยวกับชุมชนในฐานะการเป็นผู้จัดการวางแผนดูแลสุขภาพ ขณะที่หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลจะเป็นอีกส่วนสำคัญ เพราะจะต้องเป็นผู้ลงไปปฏิบัติงานในระดับชุมชน ในรูปแบบการทำงานที่มีพยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นผู้จัดการแผนงานดูแลผู้สูงอายุ และมีผู้ช่วยพยาบาลเป็นทีมงานออกไปทำงานในพื้นที่

ทั้งนี้ หลักสูตรการเรียนการสอนผู้ช่วยพยาบาลเดิม จะเน้นการผลิตบุคลากรเพื่อช่วยพยาบาลทำงานในสถานประกอบการหรือโรงพยาบาลต่างๆเป็นหลัก แต่ต่อไปนี้ต้องร่างหลักสูตรให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อเตรียมบุคคลากรเพื่อออกไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้านและในชุมชน

“การเรียนการสอนของผู้ช่วยพยาบาลต่อไป ต้องเพิ่มความรู้เกี่ยวกับชุมชน โรคเรื้อรัง และการดูแลผู้สูงอายุ เพราะหลายคนต้องการการพึ่งพิง หลายคนเป็นโรคเรื้อรัง ไม่ใช่แค่แค่เรื่องการป้อนข้าวป้อนน้ำ แต่ภาวะสุขภาพที่เขาต้องการมีมากกว่านั้น บางคนต้องการการรักษาการรักษาต่อเนื่องจากโรงพยาบาล ซึ่งผู้ช่วยพยาบาลเหล่านี้จะต้องมีความรู้ที่มากกว่าผู้ดูแลทั่วไปซึ่งอาจจะอบรมมาเพียง 3-6 เดือน แต่ผู้ช่วยพยาบาลจะเรียนในหลักสูตร 1ปี ก็จะมีความรู้ที่ลึกและกว้างกว่า และจะทำให้การดูแลมีคุณภาพมากขึ้น” นางทัศนา กล่าว

สำหรับอัตราจำนวนคนที่เพียงพอต่อความต้องการนั้น นายกสภาการพยาบาล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีตำบลกว่า 8,000 แห่ง ซึ่งหากต้องการให้มีผู้ช่วยพยาบาลลงไปดูแลครบทุกหมู่บ้านจะต้องมีตำบลละ 10 คน แต่ในระยะเริ่มต้นอาจจะเริ่มที่ตำบลละ 2-4 คน รวมเป็น 16,000 คน ซึ่งตัวเลขนี้สภาการพยาบาล และโรงเรียนพยาบาลกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ สามารถผลิตบุคลากรให้ครบได้ภายใน 2 ปี และเพิ่มได้อีกตามความต้องการในอนาคต

“ในวันข้างหน้า การดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิเป็นเรื่องใหญ่มาก ว่าจะทำอย่างไรให้คนดูแลสุขภาพตัวเองได้ เพราะฉะนั้นบทบาทในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่มีความจำเป็นมากขึ้น พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่จะดูแลในระดับชุมชนในวันข้างหน้า ก็จะสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างดี”นางทัศนา กล่าว

นายกสภาการพยาบาล กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีหลายๆตำบลที่ดำเนินงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและการดูแลผู้สูงอายุก็เป็น 1 ในแผนงานที่ต้องทำอยู่แล้ว ดังนั้นการผลิตผู้ช่วยพยาบาลจะตอบสนองตรงกับความต้องการบุคคลากรของหน่วยงานเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม อยากเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนผู้ช่วยพยาบาลที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่มากขึ้น โดยการบรรจุให้เป็นข้าราชการ เพราะจะช่วยดึงดูดคนให้มาทำงานได้มากขึ้น รวมทั้งควรบรรจุพยาบาลวิชาชีพที่ยังไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ ให้บรรจุเป็นข้าราชการให้หมดโดยเร็ว

นางทัศนา กล่าวต่อไปว่า นอกจากการดูแลผู้สูงอายุแล้ว สภาการพยาบาลยังให้ความสำคัญกับประชากรกลุ่มเด็ก โดยเน้นที่การทำงานร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ความรู้ผู้ดูแลเด็ก เพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้มีพัฒนาการการเจริญเติบโตและพัฒนาการด้านอื่นๆอย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนตั้งเป้าหมายให้เด็กได้รับวัคซีนต่างๆอย่างทั่วถึง 100% เพราะปัจจุบันยังมีเด็กบางส่วน โดยเฉพาะในภาคใต้ ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท