
บีทีเอสพบประจินขอ3เส้น
คุมรถไฟฟ้าสายเขียวส่วนต่อขยายคู่ขนานญี่ปุ่นเสนอตัวร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
คุมรถไฟฟ้าสายเขียวส่วนต่อขยายคู่ขนานญี่ปุ่นเสนอตัวร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
“คีรี” ดอดพบ “ประจิน” ออกปากสนใจบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือใต้ ทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เข้าพบว่า บีทีเอสแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่งสมุทรปราการ และหมอชิตสะพานใหม่คูคต
นอกจากนั้น บีทีเอสยังได้เสนอขอเข้าร่วมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่รางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าด้วย
“ในเบื้องต้นบีทีเอสได้สอบถามถึงนโยบายของกระทรวงคมนาคมและโอกาสที่จะเข้าร่วมดำเนินโครงการ โดยเฉพาะรถไฟทางคู่สายใหม่ รางขนาด 1.435 เมตร ซึ่งมี 2 เส้นทาง คือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางหนองคายนครราชสีมาสระบุรีแหลมฉบังมาบตาพุด และสายเหนือ เส้นทางเชียงของเด่นชัยบ้านภาชี ซึ่งหากสนใจก็เข้าร่วมตามขั้นตอน เพราะเปิดกว้างอยู่แล้ว” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ด้าน นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการของบีทีเอสซี กล่าวว่า บีทีเอสสนใจเข้ามาบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ทั้งส่วนใต้และส่วนเหนือ เพื่อให้เป็นระบบและโครงข่ายเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ให้บริการในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การบริหารในส่วนนี้มีข้อดี 3 ด้าน คือ 1.เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด เพราะไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายขบวนรถหากเดินรถด้วยระบบเดียว 2.การดำเนินโครงการจะใช้เวลาน้อยกว่า คาดว่าภายใน 1 ปีจะให้บริการได้ และ 3.ต้นทุนดำเนินการถูกกว่าจะส่งผลให้ต้นทุนค่าโดยสารถูกลงด้วย
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ รางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้านั้น ทางบีทีเอสมีความสนใจอยู่แล้ว เพราะมีประสบการณ์จากโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนการตัดสินใจจะลงทุนในโครงการใดต้องดูความคุ้มค่าด้วย
ในวันเดียวกัน พล.อ.อ.ประจิน ได้หารือกับนายมิโนะรุ คิอุชิ รมช.ต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวภายหลังการหารือว่ารัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความสนใจร่วมลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร รถไฟทางคู่ และโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามันและโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียแปซิฟิกกับตะวันออกกลางและยุโรปรวมถึงภาคการผลิต และพร้อมสนับสนุนด้านเงินลงทุน เทคโนโลยี และการขยายการลงทุนภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ และการันตีว่าจะนำชาวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น
“ไทยมีนโยบายเปิดกว้างรับการลงทุนจากทุกประเทศ และจะเร่งสรุปแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางบกให้เสร็จภายใน 15 วัน ส่วนทางอากาศ และทางน้ำจะมีการประชุมเวิร์กช็อปในวันที่ 4 และ11 ต.ค.นี้ อีกครั้ง” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว







