
"สมยศ"คุมตัว 2 พม่าทำแผนฆ่าฝรั่ง
พล.ต.อ.สมยศคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าฆ่า2นักท่องเที่ยวเกาะเต่าทำแผนหลังผลดีเอ็นเอยันชัด ด้านศาลอนุมัติหมายจับแล้ว
พล.ต.อ.สมยศคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวพม่าฆ่า2นักท่องเที่ยวเกาะเต่าทำแผนหลังผลดีเอ็นเอยันชัด ด้านศาลอนุมัติหมายจับแล้ว
ความคืบหน้าคดีฆาตกรรม น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษเนเธอร์แลนด์ และ นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี สัญชาติอังกฤษ เสียชีวิตริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา
เวลา 06.30 น.วันที่ 3 ต.ค. พ.ต.ต.วิทยา พิทักษ์ รอง สวป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายวิน อายุ 22 ปี แรงงานต่างด้าวชาวพม่า ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุข่มขืนฆ่าน.ส.ฮันนาห์ และฆ่านายเดวิด ออกจากห้องควบคุม สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ในสภาพใช้ผ้าคลุมศรีษะปิดบังใบหน้าและใช้กำลังตำรวจล้อมตัวขึ้นรถยนต์สายตรวจนำตัวไปส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน เพื่อนำเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและแถลงข่าวที่ ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน หลังจากตำรวจพบอยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพิรุธออกเดินทางจากเกาะเต่าเมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.57ถูกตำรวจควบคุมตัวได้เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 2 ต.ค.57 ที่ท่าเทียบเรือนอนเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นำไปสอบปากคำจนให้การรับสารภาพ
ทั้งนี้ เวลา 09.15 น.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท. เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภาค 8 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.สส.ภาค 8 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์อีกลำเดินทางไปยัง ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีตลอดเวลา
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ว่า เมื่อคืนใกล้เที่ยงคืนได้รับรายงานจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอของชาวพม่า 2 รายตรงกันกับดีเอ็นเอที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บได้จากที่เกิดเหตุซึ่งไม่ได้รายงานผลอย่างเป็นทางการให้สถานทูตอังกฤษทราบ แต่คาดว่าท่านทูตคงได้รับทราบจากสื่อแล้ว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งกำชับให้ได้ตัวผู้ต้องหาโดยเร็ว จึงมอบให้ตำรวจท้องที่ ตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเกาะ ซึ่งต้องใช้เวลาโดยไม่มีการหยุดทำด้วยความรอบคอบไม่เน้นความไวในการทำคดีเน้นรายละเอียดถูกต้องประกอบการดูกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ถูกกล่าวหาทัั้ง 2คนมีส่วนในการกระทำผิดและเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบที่กรุงเทพฯที่กระบวนการต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมง
“ จนผลดีเอ็นเอ ที่ปรากฏในตัวผู้ตาย ตรงกับ 2 คนคือนายวิน และนายซอ ส่วนนายเมาไม่มีดีเอ็นเอในตัวผู้ตาย ซึ่งสอบนายเมาไม่มีส่วนร่วมกระทำผิด ซึ่งดีเอ็นเอเป็น 1 ในพยานหลักฐานจับคนร้าย และเมื่อคืนตำรวจบนเกาะเต่า ได้ค้นบ้านพักนายวิน ได้พบโทรศัพท์มือถือผู้ตายถูกทิ้งไว้ใกล้เคียงที่จะเป็นหลักฐานใช้มัดตัวผู้ต้องหาให้ได้หลังจากทราบว่าโทรศัพท์มือถือของผู้ตายหายไป ” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า กล้องวงจรปิดบนเกาะเต่ามี 366 ตัว ใช้เวลาตรวจสอบตัวละ 6-10 ชั่วโมงและต้องใช้ผู้ชำนาญในการตรวจสอบจึงต้องใช้เวลามาก ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลจะอนุมัติ ซึ่งจากนั้นจะนำไปชี้ที่เกิดเหตุและหาหลักฐานที่นำไปทิ้งหรือนำไปเก็บไว้
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายวินให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุใช้จอบทุบตีนายเดวิดเสียชีวิตและร่วมกับนายซอ ข่มขืนน.ส.ฮันนาห์ แล้วใช้จอบทุบตีจนเสียชีวิต ซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอ พบตรงกับนายวินและนายซอ
สำหรับแรงงานพม่าทั้ง 3 คนมาจากเมืองยะไข่ ประเทศพม่า นายวิน เป็นลูกจ้างร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ส่วนนายซอ และนายเมา ทำงานอยู่ที่รีสอร์ทแห่งของผู้นำท้องถิ่นบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน โดยตำรวจได้หลักฐานจากภาพวงจรปิดในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอิเลฟเวนที่บริเวณหาดทรายรี ที่นายเมาเป็นผู้เข้าไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อ ซึ่งได้กันตัวนายซอไว้เป็นพยาน
วันเดียวกันศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อนุมัติหมายจับนายวินและนายซอ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆเป็นการโทรมหญิงและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามที่ พ.ต.ท.สมศักดิ์ หนูรอด พนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เป็นผู้เสนอ
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.40 น.พล.ต.อ.สมยศ ได้คุมตันายวิน และนายซอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยละเอียดทุกขั้นตอน







