
ปทุมวันขอย้ายสถาบันไปพิจิตรแก้ปัญหาเด็กตีกัน
อธิการบดีเทคโนโลยีปทุมวันเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ เสนอย้ายสถาบันำแตั้งที่ จ.พิจิตร เพื่อขยายพื้นที่จัดการเรียนการสอนและแก้ปัญหาเด็กตีกัน
อธิการบดีเทคโนโลยีปทุมวันเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ เสนอย้ายสถาบันไปตั้งที่ จ.พิจิตร เพื่อขยายพื้นที่จัดการเรียนการสอนและแก้ปัญหาเด็กตีกัน
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถาบัน ได้เข้าพบ และเสนอแนวทางแก้ไขการทะเลาะวิวาทของนักศึกษาว่า มีแนวคิดที่จะขอย้ายสถาบันฯ ปทุมวันจากพื้นที่เดิม โดยได้เตรียมพื้นที่ตั้งสถาบันใหม่ไว้แล้วที่จ.พิจิตร
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นด้วย แต่ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่าง 2 สถาบันเท่านั้น การพิจารณาได้มองในภาพรวมของการจัดการเรียนการสอน ทั้งพื้นที่ต้องปัจจุบันที่สถาบันฯ ปทุมวันฯตั้งอยู่ใจกลางเมือง สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยสิ่งที่ยั่วยุ คับแคบ หากย้ายไปก็จะเป็นผลดีกับเด็ก ได้เรียน และมีพื้นที่ฝึกปฏิบัติที่กว้างขึ้น รวมทั้ง ยังมีโอกาสใกล้ชิดชุมชน ส่วนเรื่องย้ายเพื่อแก้ปัญหาทะเลาะวิวาทกับอุเทนถวายฯนั้น ถือเป็นผลพลอยได้
อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันฯ ปทุมวัน จะไปร่างโครงการขอย้ายสถาบัน เพื่อเสนอของบประมาณสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดอีกว่า อยากให้สถาบันฯ ปทุมบัน เป็นโมเดลต้นแบบของสถาบันด้านวิชาชีพ ที่จัดการเรียนการสอนในรูปแบบโรงเรียนหรือสถาบันที่นักเรียน นักศึกษาอยู่ประจำ เพื่อนักเรียน นักศึกษาจะอยู่ในความดูแลของครู อาจารย์ มีเวลาในการฝึกฝนตนเอง นอกจากเรียนในห้องเรียนแล้วถ้ามีโรงฝึกงาน มีอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมสำหรับเด็ก เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้แก่เด็ก ยิ่งถ้าสถาบันอยู่ใกล้สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม เกษตรกรรมที่นักเรียนสามารถไปฝึกงานภายนอกได้ จะยิ่งทำให้เด็กได้ประสบการณ์
"ศธ.พยามหามาตรการเสริม เพื่อตัดวงจรอุบาทว์จากหัวโจกทั้งศิษย์เก่า รุ่นพี่ที่จบไปแล้วและกลับมาชวนรุ่นน้องให้ไปทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ต้อง ก็อาจจะเชิญมาพูดคุยทำความเข้าใจเป็นรายบุคคลรวมถึงปรับหลักสูตรใหม่ ในบางวิชา ให้เรียนในสถาบัน สลับกับทำจัดกิจกรรม และการฝึกงานกับสถานประกอบการ เพื่อให้ได้ความรู้ และประสบการณ์ มีค่าตอบแทน เรียนจบแล้วมีงานทำแน่นอน ทั้งนี้มตราการดังกล่าวจะเริ่มใช้ทันที ปีการศึกษา 2558 ขณะที่ ในส่วนของอุเทนถวายฯ นั้น หากยังตีกันไม่เลิก และอาจารย์ไม่กวดขันดูแลลูกศิษย์ ปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ก็คงต้องปิดสถาบันตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยอาจจะปิดเป็นคณะหรือสาขา แต่ส่วนตัวไม่อยากทำอย่างนั้น เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อยากเริ่มจากการใช้ไม้นวมก่อน"พล.ร.อ.ณรงค์กล่าว







