posttoday
วัดดวงฉีดเงินรากหญ้านำพาเศรษฐกิจ

วัดดวงฉีดเงินรากหญ้านำพาเศรษฐกิจ

02 ตุลาคม 2557

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลิกมองโลกสวย หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค. 2557

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลิกมองโลกสวย หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค. 2557 ออกมาแย่เกินคาด การบริโภคภาคเอกชนติดลบ 0.2% ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่โต 1% ขณะที่การลงทุนขยายตัวติดลบ 1.2% ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ติดลบเพียง 0.5%

หลายอุตสาหกรรมยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินเหลือ ทำให้ยังไม่มีการลงทุนเพิ่ม การส่งออกโตติดลบเพิ่มเป็น 6.6% จากเดือน ก.ค. ที่โตติดลบ 0.5% ทำให้ ธปท.ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยไม่อาจเติบโตเป็นรูปตัววี (วีเชป) ที่แสดงว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว และคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจจะขยายตัวไม่ถึง 1.5% และในปีหน้าอาจขยายตัวได้ 4.8%

อาการย่ำแย่ของเศรษฐกิจไทยมาจากทั้งปัจจัยในประเทศ คือ การบริโภคลดลงเพราะประชาชนมีหนี้ครัวเรือนสูง ค่าครองชีพพุ่งขึ้น และการท่องเที่ยวหดจากการประกาศกฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่วนปัจจัยต่างประเทศ คือ ประเทศคู่ค้าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีเท่าที่ควร

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจึงมุ่งในประเทศเป็นหลัก และใช้วิธีการฉีดเงินโดยตรงเข้าไปยังกลุ่มรากหญ้า ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 23 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 โดยเน้นการสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาที่มีรายได้น้อย ด้วยการเร่งอัดฉีดงบประมาณกว่า 3 แสนล้านบาท

มาตรการเพื่อการสร้างงานประกอบด้วย 5 แนวทาง คือ 1.ทบทวนเงินกันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี 2548-2556 จำนวน 24,892.40 ล้านบาท โดยให้ทบทวนและเร่งรัดลงนามในสัญญาภายในเดือน ธ.ค. 2557 และรายงานผลใช้จ่ายงบประมาณทุกเดือน

2.เร่งรัดทำสัญญาจ้างรายจ่ายลงทุนปี 2558 ที่ยังเหลืออยู่ วงเงิน 147,050.80 ล้านบาท ซึ่งทบทวนแล้ว ยืนยัน 132,160.90 ล้านบาท คงเหลือ 14,889.90 ล้านบาท ที่ต้องปรับแผนใช้จ่ายให้ทันเดือน ธ.ค. 2557

3.เร่งรัดทำสัญญาจ้างรายจ่ายลงทุนปี 2558 วงเงิน 129,522.20 ล้านบาท

4.งบกลางที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี 2555-2557 และงบไทยเข้มแข็งปี 2552 ที่เหลือ จำนวนรวม 2.3 หมื่นล้านบาท อาทิ ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนและจัดหาครุภัณฑ์โรงเรียน สร้างอาคารเรียนใหม่ โรงเรียนชั้นประถมและมัธยม ห้องสุขาโรงเรียน ปรับปรุงอาคารและจัดหาครุภัณฑ์มหาวิทยาลัยของรัฐ จัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ บำรุงรักษาทางและบูรณะทางสายหลัก

5.เร่งรัดอนุมัติส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตามคำขอ 380 ราย วงเงินลงทุนรวมประมาณ 429,208 ล้านบาท

ส่วนด้านมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้ชาวนา 3.4 ล้านครอบครัว วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นชาวนาที่มีที่ดิน 15 ไร่ขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยค่าต้นทุนการผลิตครอบครัวละ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งมีจำนวน 1.6 ล้านครอบครัว และชาวนาที่มีที่ดินไม่เกิน 15 ไร่ จะได้รับเงินช่วยค่าต้นทุนการผลิต 1,000 บาท/ไร่ ซึ่งมีจำนวน 1.8 ล้านครอบครัว

โดยมาตรการการสร้างงานจะเน้นการเร่งใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐทั้งของเก่าและใหม่ โดยสั่งการให้ทุกกระทรวงทบทวนโครงการที่พร้อมจะลงทุน และให้มีการเร่งทำสัญญาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2557 โดยหวังว่าถ้าสามารถสร้างงานเพิ่มขึ้น เชื่อมั่นว่าจะทำให้เศรษฐกิจกระเด้งขึ้นจากการสั่งซื้อสินค้า การก่อสร้าง และเพิ่มการจ้างงาน

อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะพยุงเศรษฐกิจไว้ได้นานนัก เพราะการฉีดเงินเข้าสู่กลุ่มรากหญ้าโดยตรงมีการดำเนินการหลายครั้งจากหลายรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ อาทิ โครงการมิยาซาวาแพลนของรัฐบาลประชาธิปัตย์ โครงการแจกเงินให้ประชาชนรายละ 2,000 บาท ในโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการแจกคูปองให้ไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมของรัฐบาลชุดที่แล้ว แม้กระทั่งการเร่งจ่ายเงินค่าข้าวให้เกษตรกร 8 แสนราย วงเงิน 9.2 หมื่นล้านบาท เมื่อช่วงที่ คสช.เข้ายึดอำนาจการปกครองในช่วงแรก

การฉีดเงินสู่รากหญ้าเหล่านี้ เงินหมุนแค่ไม่กี่รอบก็หยุดลง เงินไปกองอยู่ที่สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เนื่องจากเมื่อได้รับเงินจากรัฐบาล เจ้าหนี้ก็จะตามทวงเงินที่คนกลุ่มนี้มาใช้หนี้ก่อน เหลือจึงจะนำไปใช้จ่าย ดังนั้นปัญหาหนี้สินประชาชนที่เพิ่มขึ้น เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ยาก

นอกจากนี้ การที่จะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปีและงบประมาณปี 2558 ออกไปโดยเร็ว ก็ไม่น่าจะทำได้ง่าย เพราะโครงการลงทุนต่างๆ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานราชการจะนำไปลงทุนอะไร

อย่างไรก็ดี การลงทุนภาครัฐก็มีผลเพียง 20% ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) เท่านั้น และปัญหาคือในทางปฏิบัติการเร่งใช้จ่าย เนื่องจากที่ผ่านมามีการโยกย้ายหัวหน้าส่วนข้าราชการและรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก ขณะที่เข้มงวดเรื่องคอร์รัปชั่น ทำให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างหรือการทำสัญญาต่างๆ ค่อนข้างเป็นที่ระมัดระวัง ทำให้กระบวนการล้างท่อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ในข้อเท็จจริง งบประมาณปี 2557 ยังเบิกจ่ายจริงเพียง 60% เท่านั้น จึงไม่มีแรงส่งต่อเศรษฐกิจพอ ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ที่จะเริ่มต้นในช่วงไตรมาส 4 นี้ การเบิกจ่ายต่างๆ ก็ต้องใช้ระยะเวลา เพราะทุกปีกว่างบประมาณจะออกก็ต้องใช้ระยะเวลาถึง 5 เดือน ดังนั้นก็อาจไม่ทันในการกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้อย่างแน่นอน

แต่ความพยายามที่จะพยุงเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล หากเศรษฐกิจไม่ดีอาจจะพัฒนาไปเป็นปัญหาการเมืองได้ง่าย

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ สาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ช้าหรือเร็วน่าจะอยู่ที่ความเชื่อมั่น เพราะถ้าเชื่อมั่นคนจะกล้ายืมเงินในอนาคตมาใช้จ่าย ขณะที่ธนาคารผู้ให้กู้จะกล้าให้ยืม ซึ่งในขณะนี้ถึงเศรษฐกิจจะฟื้นช้ากว่าที่คาดและฟื้นเป็นตัววีไม่ได้ แต่ก็ยืนยันว่าเศรษฐกิจไม่ได้ชะลอตัว

“มาตรการภาครัฐที่มากระตุ้นยังต้องติดตามว่าจะส่งผลได้ทันปีนี้หรือไม่” สาลินี กล่าว

รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. มองว่ามาตรการกระตุ้นของรัฐที่ออกในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ ที่เน้นการบริโภคภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ จะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจในปีหน้าดีขึ้น ซึ่งอาจจะไม่เห็นผลทันในปีนี้

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด