
ญี่ปุ่นเข้าใจไทยพร้อมร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ทวาย
“บิ๊กตู่” แจงญี่ปุ่นบริหารประเทศเป็นธรรม เดินตามโรดแมป แก้ศก.-ดูแลมั่นคง ด้านนายกฯ ญี่ปุ่น เชิญเยือนญี่ปุ่นเป็นทางการ
“บิ๊กตู่” แจงญี่ปุ่นบริหารประเทศเป็นธรรม เดินตามโรดแมป แก้ศก.-ดูแลมั่นคง ด้านนายกฯ ญี่ปุ่น เชิญเยือนญี่ปุ่นเป็นทางการ
เวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. นายชิเกะคะสุ ซะโต เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้นำนายมิโนะรุ คิอุชิ รมช.กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในฐานะผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่น เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแรกที่เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี
ต่อมาเวลา 11.40 น. รอ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการหารือว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้นำสาล์น จาก นายชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มาแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของของประเทศไทย และเรียนเชิญพล.อ.ประยุทธ์ เยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความขอบคุณและจะพิจารณาเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นต่อไป
ทั้งนี้นายกฯ ได้อธิบายถึงสถานการณ์ของประเทศไทย และเหตุผลความจำเป็นในการเข้ามาบริหารแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงบทบาทภารกิจของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนประเทศไทย ที่มีความจำเป็นต้องดูแลทุกมิติ ทั้งเสถียรภาพ ความมั่นคงของประเทศชาติ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเข้าสู่ระยะที่ 3 ในการเดินหน้าประเทศไทย โดยรัฐมนตรีช่วยฯญี่ปุ่นได้แสดงความเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดี และได้ติดตามการเดินหน้าของประเทศไทย จึงขอให้ไทยเดินตามโรดแมปที่กำหนดเอาไว้
นอกจากนี้ญี่ปุ่นขอให้รัฐบาลไทยให้ความดูแลนักลงทุนชาวญี่ปุ่นในด้านต่างๆ และแสดงความสนใจเรื่องการเข้ามาลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องดาวเทียม และการบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังแสดงความพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมกับประเทศไทยเรื่องการลงทุนพื้นที่ทวายของประเทศเมียนมาร์ พร้อมเสนอให้มีการจัดประชุมไตรภาคี เพื่อพิจารณาความร่วมมือโครงการทวายที่เป็นรูปธรรม
รอ.นพ.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำการให้ความเท่าเทียมกันเรื่องผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่มาลงทุนในประเทศไทย และได้ฝากเรื่องการส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมายังไทย การส่งเสริมศักยภาพของคนไทยที่เข้าไปทำงานในภาคเอกชนของญี่ปุ่น ทั้งระดับผู้ปฎิบัติการและระดับผู้บริหาร ให้ได้มีโอกาสศึกษาแนวทางการทำงานของญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานของไทยต่อไป อีกทั้งยังได้เชื้อเชิญชาวญี่ปุ่นพิจารณาการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่ชายแดน 5 ด่าน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ดี เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศญี่ปุ่นได้มีการค้าการลงทุนกับประเทศอื่นฯ พร้อมเชิญญี่ปุ่นร่วมลงทุนพื้นที่นอกเขตนิคมอุตสาหกรรม 18 จังหวัดของไทยที่มีความพร้อม เพื่อเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังท้องถิ่น ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้หยิบยกเรื่องมาตรการดูแลอาหารญี่ปุ่น ที่อยากให้ฝ่ายไทยผ่อนปรนมาตรการกำกับดูแลการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น ซึ่งฝ่ายไทยโดยองค์การอาหารและยา (อย.) ได้ทำการผ่อนปรนมาเป็นระยะ และกำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ขณะที่นายกฯได้ขอญี่ปุ่นให้กรอบความร่วมมือเจเทปป้าเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ต่อไป
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้หารือกันถึงโครงการด้านรถไฟของไทย หากทางญี่ปุ่นมีข้อเสนอหรือมีแนวทางให้ฝ่ายไทยพิจารณา ขอให้หารือกันในกรอบคณะทำงานระหว่างไทย-ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้แสดงความเสียใจต่อเหตุภูเขาไฟระเบิดที่ญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีภาวะวิกฤตหรือภัยพิบัติจะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันตลอดมา และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์สองประเทศทั้งความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ ที่มีการเยี่ยมเยือน ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลลักษณะใดก็ตามไม่เคยมีการทอดทิ้งกัน และระหว่างคนไทยกับญี่ปุ่นที่มีการเยี่ยมเยือนกัน จะยั่งยืนเช่นนี้ตลอดไป
อย่าไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอให้สนับสนุนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวในไทยช่วงไฮซีซั่นและช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ 5 วันที่จะถึงนี้ โดยฝ่ายญี่ปุ่นได้รับไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไป







