
ต่างชาติจับตาไทยแจกริสต์แบนด์นักท่องเที่ยว
อยู่ในกระแสความสนใจของสื่อต่างชาติอย่างต่อเนื่องสำหรับการฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ซึ่งทางสำนักข่าวรอยเตอร์สได้สัมภาษณ์พิเศษ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาของไทย เกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในอนาคต
อยู่ในกระแสความสนใจของสื่อต่างชาติอย่างต่อเนื่องสำหรับการฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ซึ่งทางสำนักข่าวรอยเตอร์สได้สัมภาษณ์พิเศษ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาของไทย เกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในอนาคต
กอบกาญจน์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า จะมีการแจกจ่ายสายรัดข้อมือ (ริสต์แบนด์) ระบุตัวตนให้กับนักท่องเที่ยวภายหลังจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ
รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับสายรัดข้อมือที่มีหมายเลขตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนและแสดงข้อมูลเกี่ยวกับที่พักที่นักท่องเที่ยวพักอยู่หลังเช็กอินเข้าโรงแรม เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้รับความช่วยเหลือได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น มึนเมา หรือหลงทาง
ขณะเดียวกัน กอบกาญจน์ ยังระบุว่า ในอนาคตอาจจะมีการใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทว่าในประเด็นนี้ยังไม่มีการพูดคุยถึงรายละเอียด พร้อมกันนี้ยังเสริมด้วยว่า ยังมีการพูดคุยว่าจะใช้ระบบ “บัดดี้ ซิสเต็ม” ซึ่งจะให้ผู้ดูแลในท้องถิ่นจับคู่กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น รัฐมนตรีของไทยยังระบุด้วยว่า ในขณะนี้มีการพิจารณาว่าจะกำหนดระยะเวลา (เคอร์ฟิว) ในการจัดงานรื่นเริงในบางเกาะ รวมไปถึงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานที่ที่จะใช้ในการจัดงานรื่นเริงริมชายหาดอีกด้วย
วันเดียวกัน ตวยเตรนิวส์ สื่อเวียดนาม รายงานว่า สินค้า “เมดอินไทยแลนด์” ทุกชนิด ตั้งแต่เครื่องสำอาง ผงซักฟอก เสื้อผ้า รองเท้า ตลอดจนข้าวสาร อาหาร หรือแม้กระทั่งชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ กลายเป็นสิ่งที่ผู้มาเยือนและนักแสวงบุญจะจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในตลาดของจังหวัดอันเกียง
ดอนวันบี รองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารตลาดทินห์เบียน กล่าวว่า ในตลาดทินห์เบียนของจังหวัดอันเกียงนี้ สินค้ามากกว่า 30% ของสินค้าทั้งหมดที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้มาเยือนเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทย
นอกจากในตลาดเขตทินห์เบียน จังหวัดอันเกียง ประเทศเวียดนามแล้ว สินค้าไทยกว่า 30% ของสินค้าทั้งหมดก็วางขายอยู่ในตลาดเขตฮาเทียน จังหวัดเคียนเกียง ซึ่งอยู่ในลุ่มดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเช่นเดียวกัน
สื่อเวียดนามสอบถามไปยังเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอยู่แถบชายแดนว่า เหตุใดสินค้าไทยถึงเป็นที่นิยม ได้คำตอบมา 3 ประการดังนี้
ประการแรก เป็นเพราะสินค้าไทยมีความดึงดูดและมีคุณภาพที่ดีกว่าในราคาที่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางจากประเทศไทยมีราคาแพงกว่าของเวียดนามแค่ 1.5 หมื่นด่อง (ราว 22 บาท) เท่านั้น หรือผงซักฟอกก็ราคาถูกกว่าของเวียดนามประมาณ3 หมื่นด่อง
ประการที่สอง เป็นเพราะในขณะที่การผลิตในเวียดนามกำลังดิ้นรนกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สินค้าไทยกลับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคุณภาพและดีไซน์ ส่วนประการสุดท้าย เป็นเพราะชาวเวียดนามเองมักนิยมผลิตภัณฑ์จากต่างชาติมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ได้รับความนิยมเหล่านี้เป็นสินค้าที่ “ลักลอบ” นำเข้า ซึ่งหมายความว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายนี่เอง
พานลอย รองผู้อำนวยการการค้าและอุตสาหกรรมจังหวัดเคียนเกียง ระบุว่า มีสินค้าไทยน้อยมากที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายที่เหลือเป็นการลักลอบนำเข้าผ่านชายแดนมาทั้งสิ้น







