
กสท.ยอมตั้งคณะทำงานร่วมแก้ปัญหาช่อง3จอดํา
ช่อง 3 ขอ กสท.ตั้งคณะทำงานร่วม แก้ปมปัญหาออกอากาศคู่ขนาน อาร์เอสยื่นฟ้องศาลอาญา 1 ต.ค. เหตุอุ้มช่อง 3 มากไป
ช่อง 3 ขอ กสท.ตั้งคณะทำงานร่วม แก้ปมปัญหาออกอากาศคู่ขนาน อาร์เอสยื่นฟ้องศาลอาญา 1 ต.ค. เหตุอุ้มช่อง 3 มากไป
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ หรือช่อง 3 เปิดเผยว่า ได้เจรจาทำความเข้าใจกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. และต้องการให้ตั้งคณะกรรมการร่วมชุดพิเศษระหว่างช่อง 3 และ กสท. เพื่อแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการออกอากาศคู่ขนาน ที่บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย เจ้าของช่อง 33 เอชดี ต้องดำเนินการเพื่อนำช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศ
ทั้งนี้ ได้ส่งผังรายการของช่อง 33 ให้ กสท.พิจารณาตามมติบอร์ดวันที่ 29 ก.ย. ที่ให้บีอีซีส่งผังรายการหากจะนำช่อง 3 อะนาล็อกมาคู่ขนาน พร้อมยืนยันว่ามีอำนาจควบคุมและสามารถรับผิดชอบได้ หากกรณีรายการที่นำมาออกอากาศนั้นเกิดปัญหา และไม่ถือว่าบีอีซีดำเนินการขัดมาตรา 9 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 หรือ ไม่ถือว่าบีอีซีไม่ได้ประกอบกิจการด้วยตัวเอง
"การเจรจาครั้งนี้มีความหวังมากขึ้นว่าทุกอย่างจะมีทางออกที่ดีและจบก่อนวันที่ 11 ต.ค. ตามที่ศาลปกครองได้ขยายระยะเวลาให้ ซึ่งหากทุกอย่างอยู่บนกฎหมายและกติกาที่ถูกต้อง ช่อง 3 ก็ยินดีปฏิบัติตาม" นายสุรินทร์กล่าว
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท. กล่าวว่า หากการตั้งคณะทำงานร่วมจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะดำเนินการ เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลบางช่องจะยื่นฟ้องศาลอาญาว่ากสท. ดำเนินการช่วยเหลือช่อง 3 มากเกินไป ก็เป็นสิทธิ์ที่ผู้ประกอบการจะดำเนินการได้
ขณะที่ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ ร่วมกับศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “ช่อง 3 กับ กสทช. : ประเด็นทางกฎหมายและสังคม ที่มากกว่าภาวะจอดำ” บนเคเบิลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม” ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า กสท. แก้ปัญหาผิดตั้งแต่ต้นเป็นเหตุให้อุตสาหกรรมโทรทัศน์วุ่นวายอยู่ในขณะนี้
นางอรพรรณ พนัสพัฒนา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สิ่งที่ กสท. ควรทำในขณะนี้ คือ หยุดทุกอย่างเพื่อรอให้ศาลปกครองมีคำสั่ง ที่ช่อง 3 ได้ยื่นฟ้องเพิกถอนมติ กสท. ไปก่อนหน้านี้ เพราะการแก้ปัญหาของ กสท. ผิดตั้งแต่ต้น ทำให้เกิดความวุ่นวายที่สั่งให้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวี ส่งผลให้โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลไม่ต้องมัสต์แครี่ ซึ่งคดีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ดังนั้น กสท. ควรรอให้ศาลมีคำสั่งเสียก่อน
"กสท. แก้ปัญหาผิดตั้งแต่ต้น และตอนนี้เหมือนลิงแก้แห คือ ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ประกาศที่ออกมาพันกันยุ่งเหยิง ดังนั้น จึงควรหยุดทุกอย่างเพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้" รศ.อรวรรณกล่าว
นอกจากนี้ การที่ กสท. มีมติให้บีอีซี มัลติมีเดีย ซื้อรายการจากช่อง 3 อะนาล็อกมาออกอากาศ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเท่ากับเปิดทางให้บีอีซี ไปซื้อช่องดิจิทัลอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ระบบยุ่งเหยิงมากขึ้นในอนาคตนายสุธรรม อยู่ในธรรม คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า กสท. ไม่ได้ใช้กระบวนการทางกฎหมายแก้ปัญหา แต่กำลังใช้ดุลยพินิจทางปกครอง ซึ่งดุลยพินิจไม่สามารถใช้บังคับได้ และตอนนี้กลายเป็นผู้ประกอบการเคเบิล ดาวเทียม ที่ต้องประสบปัญหาทั้งที่เป็นรายเล็ก สิ่งที่กสท. กำลังทำคือ กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น หากกสท. ต้องยกเลิกมติหรือประกาศใดๆ เพื่อแก้ปัญหาในขณะนี้ได้ก็ควรทำ กสท. ต้องอย่ากลัวเสียหน้า แต่ต้องคำนึงผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก" รศ.สุธรรมกล่าว







