
โซนนิ่งเกษตรจ่อคิวเข้าครม.ล่อเงินอุดหนุน
ปีติพงศ์ลั่น ใช้เวลา 1 สัปดาห์ นำโซนนิ่งพืชเศรษฐกิจข้าวยางอ้อยข้าวโพดมันปาล์ม เสนอให้ ครม.
ปีติพงศ์ลั่น ใช้เวลา 1 สัปดาห์ นำโซนนิ่งพืชเศรษฐกิจข้าวยางอ้อยข้าวโพดมันปาล์ม เสนอให้ ครม.
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการปรับโครงสร้างการเกษตรที่จะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกหรือโซนนิ่งว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรไปจัดทำยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยแผนจะต้องให้เสร็จสิ้นให้เร็วที่สุด เพื่อนำมาใช้ในการวางกรอบการเพาะปลูกพืชเกษตรในฤดูกาลที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา รวมทั้งพืชเศรษฐกิจอีก 4 ชนิด เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์ม
ทั้งนี้ หลักการที่จะเร่งดำเนินการสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่ปลูกข้าว ยางพารา อยากเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ทั้งหมดจะมีมาตรการจูงใจให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนอาชีพให้มีความยั่งยืนมากกว่าที่เป็นอยู่ และลดต้นทุนการผลิตได้อย่างยั่งยืน โดยต้องหามาตรการทางการเงินมาชักจูงให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนอาชีพด้วย
“ร่างยุทธศาสตร์นี้ต้องมีมาตรการชักจูงเกษตรกร ผสมผสานหลายๆ อย่างกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปช่วยส่งเสริม พร้อมกับสนับสนุนการเงิน และมีการควบคุมการผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด จะลดปัญหาสต๊อกสินค้าเกษตรลงไปได้ คาดว่าใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์จะตกผลึก ก่อนเสนอยุทธศาสตร์ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา” นายปีติพงศ์ กล่าว
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือกับ 3
สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับระยะห่างของโรงงานน้ำตาลทราย
ข้อสรุปเบื้องต้นแห็นควรให้โรงงานน้ำตาลทรายทั้งหมดต้องรักษาระยะห่างระหว่างโรงงานน้ำตาลที่ 80
กิโลเมตรไว้ตามเดิม
และให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดชดเชยค่าเสียหายและทำเรื่องอุทธรณ์เพื่อขอเปิดหีบตามฤดูกาลไปตามระเบียบปฏิบัติก่อน
และถ้าจะมีการปรับแก้กฎดังกล่าวนี้จะต้องนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ก่อน
รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการพิจารณา
แต่เบื้องต้นยังไม่มีแนวคิดปรับเปลี่ยนเรื่องระยะห่างของโรงงาน
สำหรับโรงงานน้ำตาลที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ต้องทำเรื่องอุทธรณ์
โดยกระทรวงจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณากระบวนการดังกล่าวเพื่อช่วยหาข้อสรุปให้ผู้ประกอบการที่ยังติดปัญหานี้ซึ่งคณะทำงานชุดนี้มีผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นประธาน
"เดิมมีการกำหนดระยะห่าง
80 กม. เพื่อลดปัญหาการแย่งอ้อย
แต่ที่ผ่านมามีบางโรงงานไม่เข้าหลักเกณฑ์และยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ทุกปีเพื่อให้โรงงานนำอ้อยเข้าหีบได้
และโรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับตามกติกากติกานี้มีสมัยที่ผมเป็นปลัด
และจะคงกติกานี้ไว้ เพราะชาวไร่ไม่ได้รับผลกระทบ
แต่ต้องมาดูโรงงานจะช่วยแก้ไขยังไงได้บ้าง"







