posttoday
ภาคผลิตติดกับดับ ศก.

ภาคผลิตติดกับดับ ศก.

01 ตุลาคม 2557

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปลายปี ยังไม่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยในปลายปี ยังไม่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด

“ช่วงนี้การใช้จ่ายในประเทศที่คาดว่าจะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มันมาน้อยกว่าที่คาด จากเดิมในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามันเคยดีกว่าที่คาด แต่ถึงเศรษฐกิจจะแผ่วลงบ้างก็อย่าเพิ่งตกใจ เพราะตามปกติการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าสหรัฐหรือประเทศไหนๆ ในช่วงฟื้นตัวต้นๆ ตัวเลขเศรษฐกิจจะกลับไปกลับมา พลิกไปพลิกมา แต่อย่าไปกังวล เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี ตัวเลขจะออกมาดีทุกเดือนเอง แต่ตอนนี้อาจจะมีเดือนหนึ่งที่ดี หรือเดือนหนึ่งที่ไม่มี ก็อย่าดีใจมากไปหรือเสียใจมากไป” รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยัน

ดัชนีความเชื่อมั่นปัจจุบันอยู่ที่ 49.1 ลดลงจาก 49.6 ในเดือน ก.ค. ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 55.9 ลดลงจาก 56.1 ซึ่งพบว่าการลงทุนฟื้นตัวช้า เพราะอุปสงค์ยังต่ำกว่าระดับปกติ และหลายอุตสาหกรรมยังมีกำลังการผลิตส่วนเกิน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการขยายการลงทุนในเครื่องจักร

ขณะที่ภาคการก่อสร้างยังรอความชัดเจนโครงการลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนที่เคยเร่งขึ้นไปมากในช่วงก่อนหน้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทน อาทิ รถยนต์ ฯลฯ โดยรวมยังทรงตัว แต่ในระยะข้างหน้ายังมองว่าการบริโภคยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากการจ้างงาน รายได้นอกภาคเกษตร และความเชื่อมั่นยังอยู่ในเกณฑ์ดีมีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือน

ข้อมูลของ ธปท.ไม่แตกต่างจากข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรม สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. 2557 ติดลบ 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นการติดลบต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 17 ซึ่งอุตสาหกรรมที่ฉุดให้การผลิตโดยรวมลดลง ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องประดับ น้ำตาล การกลั่นน้ำมัน และเครื่องแต่งกาย ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือน ส.ค. อยู่ที่ 60.29%

ขณะนี้สินค้าอุตสาหกรรมยังเผชิญกับแรงกดดันที่การบริโภคในประเทศยังชะลอตัว ในขณะที่การส่งออกยังไม่ดีขึ้น ล่าสุดการส่งออกภาคอุตสาหกรรมก็ติดลบ 7% ตลาดที่ดีขึ้นมีเพียงยุโรปและญี่ปุ่น ขณะนี้ตลาดขนาดใหญ่อย่างจีนและสหรัฐไม่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมติดลบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปรับลดประมาณการทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปีนี้ลงจากที่คาดไว้ที่ 1.52% และ 12% ตามลำดับ

แม้ว่าเร็วๆ นี้รัฐบาลเตรียมจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าจะเป็นนโยบายที่ไม่ได้กระตุ้นรุนแรงจนส่งผลถึงภาคการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือการปรับฐานและสร้างเสถียรภาพมากกว่าการเติบโต

“เราพึ่งส่งออกได้ลำบาก เพราะตลาดใหญ่ๆ จีน สหรัฐไม่ดีขึ้น และสินค้าที่มีน้ำหนักในภาคการผลิตมากๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าส่งออก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นจีดีพีอุตสาหกรรมกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปีนี้จึงน่าจะเป็นบวกได้ลำบาก” สมชาย กล่าว

เมื่อพิจารณาการผลิตรายอุตสาหกรรม จะเห็นว่าในเดือน ส.ค. อุตสาหกรรมหลักๆ ยังคงติดลบ โดยกลุ่มรถยนต์การผลิตติดลบ 27% ซึ่งเป็นการลดลงทั้งการผลิตเพื่อขายในประเทศและส่งออก ซึ่งการส่งออกรถยนต์เดือน ส.ค. ติดลบ 14.07% โดยเป็นการลดลงของตลาดเอเชีย โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตในภาพรวมติดลบ 4.1% เนื่องจากการผลิตมันสำปะหลังและน้ำตาลทรายที่ลดลง เป็นผลจากปัญหาวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการระบาดของโรค และภาวะการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะงักงัน

ส่วนอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปริมาณความต้องการเดือน ส.ค. อยู่ที่ 1.28 ล้านตัน ติดลบ 24.7% การผลิต 5.1 แสนล้านตัน ติดลบ 20.3% ขณะที่การส่งออกมีมูลค่า 74.67 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 25.71%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มที่การผลิตเป็นบวกที่ 10.38% แต่เมื่อแยกแล้วจะเห็นว่าการผลิตในกลุ่มไฟฟ้าปรับตัวลดลง 5.83% ส่วนที่ลดลงคือการผลิตเครื่องปรับอากาศ คอมเพรสเซอร์ และตู้เย็น

ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอื่นๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ พัดลม กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าว และสายไฟฟ้า ในขณะที่การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.79% โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท