พบร่องรอยเสือโคร่งล่าเหยื่อใกล้ชุมชน
เชียงใหม่-อุทยานแห่งชาติศรลานนาสั่งหามชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยงในเขตอุทยานฯหลังพบร่องรอยเสือโคร่งล่าเหยื่อใกล้ชุมชนพร้าว
เชียงใหม่-อุทยานแห่งชาติศรลานนาสั่งหามชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยงในเขตอุทยานฯหลังพบร่องรอยเสือโคร่งล่าเหยื่อใกล้ชุมชนพร้าว
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.คณะเจ้าหน้าที่ทีมงานวิจัยสัตว์ป่าจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าทีฝ่ายปกครองอ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบร่องรอยเสือกินสัตว์เลี้ยงโคกระบือบริเวณห้วยป่ากล้วย บ้านดงป่าข่า หมู่ 2 ต.สันทราย อ.พร้าว ผลปรากฎว่าเป็นรอยเสือโคร่งมีขนาดอุ้งเท้าประมาณ 10 ซม.และขนาดก้าวช่วงขาหน้าขาหลังประมาณ 110 ซม.มีร่องรอยตะปบเหยื่ออลากเหยื่อ ร่องรอยการกัดกินเหยื่อจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนาทำการประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติฯและให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราห้ามมิให้เข้าไปลักลอบทำการล่าเสือดังกล่าวและสัตว์ป่าอื่น หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัดต่อไป
ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติศรีลานนาครอบคลุมพื้นที่ป่าทั้งอ.พร้าว อ.เชียงดาวและอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นป่าเบญจพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าหลายชนิดใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่ไม่เคยมีรายงานการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ชุมชน กระทั่งวันที่ 29 ก.ย. ชาวบ้านห้วยส้าน ต.สันทราย อ.พร้าว แจ้งว่าวัวที่เลี้ยงไว้ถูกเสือกัดและลากไปกินในป่า จากนั้นไม่กี่วันก็มีโคกระบือชาวบ้านที่เลี้ยงไว้หายไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีผู้พบเห็นรอยเท้าและตัวเสือโคร่ง จึงได้แจ้งไปยังอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอ.พร้าว เข้าตรวจสอบบริเวณหมู่ 2 บ้านดงป่าข่า ต.สันทราย ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นรอยเท้าเสืออย่างชัดเจน
นายศิศิร หล้าแก้ว ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลนาานักวิชาการป่าไม้ กล่าวว่า หลังจากมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้าไปดูจุดเกิดเหตุต่อเนื่อง เชื่อว่าเสือโคร่งตัวนี้น่าจะหลบไปไกลจากพื้นที่แล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการต่อไป แต่เบื้องต้นต้องกันชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่าในระยะ 2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าเสือโคร่งตัวนี้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการแบ่งเส้นระหว่างพื้นที่ป่ากับเขตชุมชน เพราะจุดที่สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านโดนเสือโคร่งทำร้ายล้วนอยู่ในเขตป่าของอุทยานแห่งชาติศรีลานนาทั้งสิ้น การไม่บุกรุกพื้นที่ป่าน่าจะเป็นทางป้องกันและรักษาสมดุลของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี







