
ศิริราชผลิตภูมิคุ้มกันอีโบลา
แห่งแรกของประเทศแถลงใหญ่2ต.ค.เภสัชฯค้านพรบ.ยาใช้ปชช.เป็นตัวประกัน
แห่งแรกของประเทศแถลงใหญ่2ต.ค.เภสัชฯค้านพรบ.ยาใช้ปชช.เป็นตัวประกัน
ข่าวดี ศิริราชผลิตภูมิคุ้มกันป้องกันอีโบลาสำเร็จแห่งแรกในประเทศไทย
นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะแถลงข่าวเกี่ยวกับการผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา ในวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยได้ศึกษาจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน ซึ่งพันธุกรรมอาจคล้ายกัน นำมาผลิตเป็นแอนติบอดี โดยการศึกษาไม่ได้นำเข้าเชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังระบาดเข้ามาประเทศไทย
ทั้งนี้ หัวข้อแถลงข่าวที่กำหนดไว้ “ครั้งแรกของไทย ศิริราชผลิตแอนติบอดี รักษาโรคอีโบลา” โดย นพ.อุดม เป็นประธานการแถลงข่าวร่วมกับ นพ.ภัทรชัย กีรติสิน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา ศ.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยพร้อมทีมแพทย์และผู้เกี่ยวข้อง
วันเดียวกัน เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม นำโดย สภาเภสัชกรรม ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย กลุ่มเภสัชกรภาคใต้ เดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ยา ต่อ ศ.นพ.รัชตะรัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ภก.วงศ์วิวัฒน์ ทัศนียกุล ประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) กล่าวว่า หากประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาฉบับดังกล่าวจะมีผลกระทบกับประชาชนอย่างมาก เนื่องจากตามร่างกฎหมายไม่มีการแบ่งประเภทของผู้สั่งจ่ายยา ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นสามารถสั่งจ่ายยาเองได้ไม่ต้องผ่านเภสัชกร รวมถึงไม่ได้แบ่งแยกหน้าที่ผู้สั่งใช้ยาและผู้จ่ายยา ทั้งที่การจ่ายยาให้ผู้ป่วยควรต้องผ่านผู้จ่ายยา ซึ่งมีความรู้ลึกซึ้งมากกว่า
นอกจากนี้ ยังเปิดช่องให้นำยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วมาผสมตามหลักวิชาโดยผู้ประกอบวิชาชีพทุกวิชาชีพในสายการแพทย์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้ยา การผสมยาใหม่เท่ากับเป็นการผลิตยาใหม่ แต่ผู้บริโภคกลับไม่สามารถรู้ชื่อยาและสรรพคุณยา ตรงนี้จะทำให้ผู้บริโภคเสียสิทธิ สุดท้ายหากแพ้ยาขึ้นมาก็จะไม่ทราบว่าเกิดจากยาอะไร
ภก.วงศ์วิวัฒน์ กล่าวว่า อยากให้ทำประชาพิจารณ์จากผู้ประกอบวิชาชีพ ก่อนเสนอให้สภาปกติ ซึ่งจะมีขึ้นใน 1 ปีหลังจากนี้
ขณะที่ ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม เภสัชกร โรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หากปล่อยให้มีการผสมยาใหม่ขึ้นเอง จะเปรียบเสมือนคนไทยเป็นหนูตะเภาทดลองยา เพราะเภสัชกรสามารถผสมยาอะไรขึ้นมาใหม่ก็ได้ ซึ่งน่ากังวลว่าอัตราการป่วยของคนไทยจากยาแปลกๆ จะเพิ่มขึ้น และโรคที่มีอยู่ก็อาจเกิดอาการดื้อยาได้โดยที่ไม่รู้ตัว







