posttoday
จีน รัสเซีย อิหร่านกับแนวคิดยึดโลก (ตอนแรก)

จีน รัสเซีย อิหร่านกับแนวคิดยึดโลก (ตอนแรก)

29 กันยายน 2557

สัปดาห์ก่อนผมเขียนเกี่ยวกับรัสเซียกับความพยายามที่จะกลับมาทวงคืนความเป็น เจ้ามหาอำนาจโลกกันไปแล้วว่า โอกาสและความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหน สัปดาห์นี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องราวในเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวคิดความร่วมมือระหว่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อล้มล้างระเบียบโลกปัจจุบันที่มีอยู่และเบียดแซงอิทธิพลของสหรัฐในปัจจุบัน เพื่อก้าวขึ้นสู่การจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order)

สัปดาห์ก่อนผมเขียนเกี่ยวกับรัสเซียกับความพยายามที่จะกลับมาทวงคืนความเป็น เจ้ามหาอำนาจโลกกันไปแล้วว่า โอกาสและความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหน สัปดาห์นี้ผมจะขอนำเสนอเรื่องราวในเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวคิดความร่วมมือระหว่างรัสเซีย จีน และอิหร่าน ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อล้มล้างระเบียบโลกปัจจุบันที่มีอยู่และเบียดแซงอิทธิพลของสหรัฐในปัจจุบัน เพื่อก้าวขึ้นสู่การจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order)

ผมขอทำความเข้าใจให้คุณผู้อ่านได้รับทราบกันเสียก่อนว่า โลกของเราในปัจจุบันนี้กำลังอยู่ในระเบียบโลกแบบไหน เพื่อเป็นฐานความ เข้าใจไปสู่การวิเคราะห์เชิงอำนาจในด้านอื่นๆ โดยข้อเท็จจริงแล้ว โลกปัจจุบันของเราขณะนี้ กำลังอยู่ในระเบียบโลกที่เรียกว่า "ระเบียบโลกประชาธิปไตยแบบทุนนิยมเสรี" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ระเบียบโลกแบบเสรีนิยม" ที่มีสหรัฐเป็นหัวหอกหรือเป็นผู้กุมบังเหียนคอยกำกับดูแลให้ระเบียบของโลกเดินไปอย่างไม่มีปัญหาใดๆ

ในขณะที่นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายท่านมองว่าดุลอำนาจของโลกปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ได้แก่ ขั้วของสหรัฐที่มีประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายกว่า 60% ของจำนวนประเทศทั้งหมดทั่วโลกเป็นพวก กับอีกขั้วหนึ่งนำโดยประเทศจีนซึ่งมีรัสเซีย อิหร่าน และอีกหลายประเทศที่อยู่ตรงกันข้ามกับสหรัฐเป็นพวก

ล่าสุดในวงการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในโลกตะวันตกมีการถกเถียงกันในเชิงวิชาการอย่างน่าสนใจ ระหว่างอาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงอย่าง จอห์น ไอเคนเบอร์รี่ และ วอลเตอร์ รัสเซลล์ มีด โดยฝ่ายหลังมองว่า ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ต่อไปในอนาคต รวมทั้งการจัดระเบียบโลกใหม่อาจจะถูกกำหนดโดยกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพด้านความมั่นคงที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่าง จีน รัสเซีย และอิหร่าน โดยสหรัฐและประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายจะถูกลดบทบาทลงไป ขณะที่ฝ่ายแรกก็ออกมากล่าวอ้างเหตุผลโต้แย้งว่าระเบียบโลกปัจจุบันที่เป็นโลกเสรีนิยมที่มีสหรัฐเป็นแกนนำ ได้ฝังรากและยึดโยงอย่างแนบแน่นมานาน จึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกทำลายลงไป

โดยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศแล้ว ระบอบของความเป็นประชาธิปไตยเสรีนั้นมีจุดกำเนิดและฝังตัวแคบๆ อยู่ในโลกตะวันตก และบางส่วนของภูมิภาคละตินอเมริกามานานมากแล้ว จนถึงศตวรรษที่ 20 กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาธิปไตยเสรีจึงขยายตัวออกไปอย่าง กว้างขวางผ่านทางการเกิดใหม่ของรัฐอิสระ มากมายที่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ในการปกครองได้เป็นของตนเอง ต่อมาระหว่างทศวรรษปี ค.ศ. 1950-1960 จนถึงช่วงแรกของทศวรรษปี ค.ศ. 1970 การปฏิวัติรัฐประหารโดยทหารทำให้ประชาธิปไตยเสรีสะดุดไประยะหนึ่ง จนถึงช่วงปลายทศวรรษของปี ค.ศ. 1970 ระบอบประชาธิปไตยเสรีก็หวนคืนกลับมาอีกครั้งและแพร่หลายไปทั่วโลก จนถึงปลายทศวรรษปี ค.ศ. 1990 กว่า 60% ของประเทศทั่วโลกใช้ระบอบประชาธิปไตยเสรีในการปกครองประเทศ

สัปดาห์หน้าผมจะอธิบายต่อเรื่อง ยุทธศาสตร์หลักของประชาธิปไตยเสรี พร้อมการก้าวขึ้นมากำหนดระเบียบโลกใหม่ของจีน รัสเซีย และอิหร่าน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง