
ภูมิใจไทยฟัดเพื่อแผ่นดินมาร์คจุกอก
จากนี้อยู่ที่ อภิสิทธิ์ จะเคลียร์เรื่องนี้อย่างไร เพราะสังคมต้องเรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ต้องจัดการกับคนที่มีภาพการทุจริต และขณะเดียวกันก็เกิดความขัดแย้งกันในพรรคร่วมรัฐบาล
จากนี้อยู่ที่ อภิสิทธิ์ จะเคลียร์เรื่องนี้อย่างไร เพราะสังคมต้องเรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ต้องจัดการกับคนที่มีภาพการทุจริต และขณะเดียวกันก็เกิดความขัดแย้งกันในพรรคร่วมรัฐบาล
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเรียบร้อยโรงเรียนมาร์คแล้ว
พรรคเพื่อไทยแทนที่จะได้ราคาจากการอภิปรายครั้งนี้ กลับถูกนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ แฉคลิป “ไอ้โม่ง-นักรบชุดดำ” ซักฟอกพรรคเพื่อไทยจนหมดสภาพ
ทว่าผลพวงจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่เรื่อง “เสื้อดำ” หรือ “ศพ” หรือความรับผิดชอบทางการเมืองของเพื่อไทย กระทั่งตัวอภิสิทธิ์
แต่เป็นความขัดแย้งลูกใหม่ ภายในรัฐบาลผสม 6 พรรค คือ ศึกระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดินที่บานปลายใหญ่โต เมื่อฝ่าย “เด็กเส้น” ภูมิใจไทยฟ้องอภิสิทธิ์ต้องขับเพื่อแผ่นดินพ้น ครม. ทุกอย่างถึงยุติ
ไล่เรียงลำดับมติไม่ไว้วางใจ 1 นายกฯ 5 รัฐมนตรีได้แก่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 246/186 งดออกเสียง 11
สุเทพ เทือกสุบรรณ 245/187 งดออกเสียง11
กรณ์ จาติกวณิช 244/187 งดออกเสียง 12
กษิต ภิรมย์ 239/190 งดออกเสียง 15
ชวรัตน์ ชาญวีรกุล 236/194 งดออกเสียง 14
โสภณ ซารัมย์ 234/196 งดออกเสียง 13
เหตุที่ 2 รัฐมนตรี ชวรัตน์ ชาญวีรกุล และ โสภณ ซารัมย์ จากภูมิใจไทย ได้คะแนนบ๊วยสุดเพราะเป็นปฏิบัติการเอาคืนของก๊กเพื่อแผ่นดิน
ข่าวสะพัดว่า การแหกมารยาทของเพื่อแผ่นดิน ด้วยการโหวตสวนครั้งนี้มาจากปมปัญหา เรื่องผลประโยชน์ใน “งบท้องถิ่น” เมื่อฟากภูมิใจไทยที่คุมกระทรวงมหาดไทย และกุมเงินท้องถิ่นหลายหมื่นล้าน ไม่ยอมแบ่งงบให้ สส.เพื่อแผ่นดิน ที่ร้องเรียก 10 เสียงของเพื่อแผ่นดิน แยกเป็น “วังพญานาค” ของพินิจ จารุสมบัติ กับ “วังโคราช”ของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี จึงร่วมกัน “ฉีกหน้า” ภูมิใจไทยให้อายสังคม
ทำให้คะแนนของ “ปู่จิ้น” ชวรัตน์และโสภณ แม้จะผ่านเกณฑ์ไม่ตกเก้าอี้รัฐมนตรี แต่คะแนนไว้วางใจที่ได้น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในสภา ซึ่งต้องเกินกว่า 238 เสียง ทำให้เกิดปัญหาความชอบธรรม และกลายเป็นเป้าที่กระแสสังคมกดดันนายกฯ ให้ปรับ 2 รัฐมนตรีภูมิใจไทยที่ถูกโจมตีเรื่องความไม่โปร่งใสในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และผลประโยชน์ทับซ้อน
เล่นเอา “ปู่จิ้น-โสภณ” ฉุนขาดประกาศไม่มีทางร่วมงานกับเพื่อแผ่นดินได้
“การทำงานจากนี้จะไม่ราบรื่น เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ยังพายคนละทางอีก มันก็ไปไม่รอด” โสภณ กล่าว
ก่อนที่ภูมิใจไทยหารือด่วนและมติยื่นคำขาดให้นายกฯ ต้องจัดการว่า จะเลือกใครระหว่าง ภูมิใจไทยกับเพื่อแผ่นดิน... ภายในสัปดาห์นี้ต้องมีคำตอบ!!
แรงแค้นโต้กลับแบบไม่เผาผีกัน นอกจากถูก สส.เพื่อแผ่นดิน ตบหน้าฉาดใหญ่ไม่ไว้วางใจแล้วยังถูกหยามเหยียดหลัง “ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กร้าวใส่ไล่ “ชวรัตน์-โสภณ” ควรพ้นจากเก้าอี้ และให้ประชาธิปัตย์เข้ามาคุมกระทรวงมหาดไทย และคมนาคมแทน
ว่ากันว่าเหตุที่คนดังจากบุรีรัมย์ไม่ยอมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่ง “เค้กก้อนโต” ให้กับก๊วนเพื่อแผ่นดินนี้ เพราะพื้นที่ที่เพื่อแผ่นดินขอให้กระจายงบคือ จ.นครราชสีมา และ จ.สุรินทร์ เป็นพื้นที่ไข่ในหินที่ภูมิใจไทยไม่มีทางยอมให้คู่แข่งได้เปรียบ
ทั้งเพื่อแผ่นดินและภูมิใจไทยต่างมีฐานเสียงทับซ้อนกันที่ภาคอีสาน หลายพื้นที่ต้องขับเคี่ยวกันเองแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ฐานที่มั่นของภูมิใจไทยคือ อีสานใต้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ รวมถึงปากประตูอีสาน นครราชสีมาที่มีเค้กถึง 16 ที่นั่ง เนวินมอบหมายให้บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เจ้าถิ่นโคราชเป็นแม่ทัพเมืองย่าโม
ขณะที่เพื่อแผ่นดิน 32 เสียง ที่ไร้อำนาจนำ อยู่กันแบบผู้นำสารพัดก๊ก ไม่มีสภาพความเป็นพรรคหลงเหลืออยู่ เพราะแตกกันถึง 5 ก๊ก คือ “พินิจ-ไพโรจน์-เกษม-สุชาติ-ประชา”
วังพญานาคของพินิจมี สส.ในกลุ่ม 7 คนฐานที่มั่นอยู่ที่ อีสานเหนือและอีสานล่าง รวมถึง จ.สุรินทร์ ที่นำโดย เกษม รุ่งธนเกียรติ
ส่วนกลุ่มโคราชนั้นมีว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี เป็นหัวหน้าทีม มี ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ภรรยา รมว.ไอซีที คุมโซนโคราช
ความขัดแย้งของสองพรรค จึงเป็นการปะทะกันเองของอดีตนักการเมือง “กลุ่ม 16” ที่เคยยิ่งใหญ่ในพรรคชาติไทยสมัยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ป.ก.4-01 ระหว่างเนวิน บิ๊กภูมิใจไทยกับ เกษม และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ จากเพื่อแผ่นดิน
ไม่เฉพาะปัญหาการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวในเรื่องงบประมาณ ความจริงทั้งสองพรรคต่างขบเหลี่ยมกันเองมาลอด ทั้งการแย่งชิงตัว สส.โควตารัฐมนตรี ที่เป็นปัญหาคาราคาซังระหว่างก๊กบ้านริมน้ำ โดยก๊กพญานาคต้องการยึดเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ ของ นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ ภรรยาสุชาติ ตันเจริญ คืน เพราะเห็นว่าก๊กบ้านริมน้ำ 7 คน เตรียมไปซบกับภูมิใจไทยครั้งหน้า
ศึกพรรคร่วมครั้งนี้เป็นความขัดแย้ง “ระดับนำ” เพราะหัวหน้าพรรคทั้งคู่ต่างเปิดศึกเป็นปัญหาหนักอกสำหรับอภิสิทธิ์
แต่สำหรับรัฐบาลผสม 6 พรรค ที่เต็มไปด้วยสารพัดก๊วน เหมือนปูในกระด้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคร่วมแตกคอกันเรื่องผลประโยชน์
ก่อนหน้านี้ภูมิใจไทยงัดข้อกับประชาธิปัตย์ใน “ระดับนำ” เหมือนกัน ทั้งโครงการรถเมล์เอ็นจีวี งบไทยเข้มแข็ง ที่เต็มไปด้วยขุมทรัพย์หลายหมื่นล้าน หรือกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ 5 พรรคเอสเอ็มอีคอยตามจิกอภิสิทธิ์ให้แก้รัฐธรรมนูญ
ถามว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น พรรค|ประชาธิปัตย์เลือกเข้าข้างใคร จะปลดพรรคเพื่อแผ่นดินออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่พรรคภูมิใจไทยยื่นคำขาดหรือไม่
คำตอบ คือ ประชาธิปัตย์ต้องเล่นบทคนกลาง พยายามทุกวิถีทาง ประคองรัฐนาวาที่เต็มไปด้วยรูรั่วต่อไป โดยให้ทั้งสองพรรคอยู่ร่วมกับรัฐบาลต่อไป
พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางเลือกมานักเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถ้าตัดพรรคเพื่อแผ่นดินออกไป ก็อาจถูกกระแสโจมตีได้ว่า อภิสิทธิ์เลือกเข้าข้างพรรคที่มีภาพทุจริตมากกว่าพรรคที่มีการตรวจสอบ เพราะการโหวตสวนดังกล่าวมีผลสืบเนื่องจากการชี้แจงเรื่องการทุจริตไม่เคลียร์จริงๆ ของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกันพรรคเพื่อแผ่นดินค่อนข้างแนบแน่นกับพรรคชาติไทยพัฒนา ของบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งเคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ “เนวิน” มาก่อน งานนี้พรรคประชาธิปัตย์คงไม่กล้าถีบพรรคเพื่อแผ่นดินทิ้ง
ส่วนจะกล่อมพรรคภูมิใจไทยให้สงบได้อย่างไร งานนี้คงไม่เกินความสามารถ ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้จัดการรัฐบาล เพราะจะอย่างไรเสีย พรรคภูมิใจไทยคงไม่กล้าถอนตัวออกจากรัฐบาล เพราะเวลานี้ “เนวิน” แตกหักกับทักษิณและคนเสื้อแดงสุดลิ้มทิ่มประตู คงกอดเอวกับประชาธิปัตย์ต่อไป หากออกไปจากรัฐบาลก็ตายหมู่ ฉะนั้นคงเก็บความแค้นไว้รอพรรคเพื่อแผ่นดินเพลี่ยงพล้ำ
จากนี้อยู่ที่ อภิสิทธิ์ จะเคลียร์เรื่องนี้อย่างไร เพราะสังคมต้องเรียกร้องให้ อภิสิทธิ์ต้องจัดการกับคนที่มีภาพการทุจริต และขณะเดียวกันก็เกิดความขัดแย้งกันในพรรคร่วมรัฐบาล นี่ยังไม่นับรวมถึงปมของเสื้อแดง ที่เอาตัวรอดมาได้ยังไม่ทันหายเหนื่อย งานนี้ต้องบอกว่า “อภิสิทธิ์จุกอก”







