
พอเถอะท่าน
เรื่องพระเณรยืนรับบาตรอยู่กับที่ไม่ไปไหน ผมเคยเขียนถึงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นานมากจำไม่ได้แล้วครับ
เรื่องพระเณรยืนรับบาตรอยู่กับที่ไม่ไปไหน ผมเคยเขียนถึงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นานมากจำไม่ได้แล้วครับ วันนี้มีเรื่องให้ต้องเขียนอีกเพราะมีคนมาระบายเรื่องนี้ให้ฟังหลายต่อหลายคน เลยต้องย้ำอีกครั้ง
จริงๆ แล้วผมเองพยายามจะปลงนะกับเรื่องพระบิณฑบาตอยู่กับที่เนี่ย เพราะพูดไปก็เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นยังไงก็ยังเห็นพระทำอย่างนั้น
สมัยผมบวชพูดตรงๆ ไม่เคยทำอย่างนี้ครับ เพราะอาย พูดแบบชาวบ้านคือหน้าไม่ด้านพอที่จะยืนให้ชาวบ้านมองหน้า เพราะดูไม่เหมาะสมที่พระจะทำเช่นนั้น
การรอให้โยมใส่บาตรรูปข้างหน้าเสร็จแล้วจะเข้าไปรับอาหารบิณฑบาต ไม่มีปัญหาและไม่มีใครว่าอยู่แล้ว หรือถ้าพระจะเดินเลยโยมคนนั้นไปไม่รับ ก็ไม่มีใครตำหนิ (แต่ระวังโยมบางอาจจะมองค้อนหรือน้อยใจได้...ทำไมไม่หยุดรอโยมบ้าง)
ถ้าจะทำอย่างนั้นก็ควรพิจารณาดูหน่อย บางครั้งญาติโยมเตรียมของใส่บาตรไว้เยอะ แต่ปรากฏวันนั้นพระเดินผ่านมาน้อยรูปเสียเหลือเกิน ดังนั้นรอโยมหน่อยก็ได้เพราะไม่อย่างนั้นโยมก็ต้องรอนาน (หัดสงสารโยมบ้าง)
เพราะบางทีโยมคาแต่ใส่บาตรรูปนั้นอยู่ อีกรูปเดินมาทีหลังอาจไม่ได้นิมนต์ไว้ จะหยุดรอหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องผิด ดีกว่าปล่อยให้โยมรอลุ้นว่าเมื่อไหร่หนอพระจะผ่านมาเสียที เกรงว่าจะไปทำงานไม่ทัน
ถามว่ารูปที่ยืนสต๊อปกับที่ไม่ไปไหนเป็นเวลาสองสามชั่วโมง ถ้าจะเอาผิดเอาถูกกันก็ไม่ผิดหรอก แต่ไม่ควรครับ แต่ผิดวินัยพระแน่ ถ้าพระรูปนั้นได้อาหารบิณฑบาตมากมายหลายชุดจนล้นบาตร กลับไปถึงวัดแล้วยังกลับมารับอีก
และผิดแน่นอน ถ้ารับบิณฑบาตแล้วเอาอาหารที่ได้มาแอบไปให้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารเพื่อเอามาเวียนขายใหม่ แล้วเอาเงินไปแบ่งกัน
ผิดแน่ ถ้ารอรับบิณฑบาตโดยมีจุดประสงค์แค่จะรอรับซองปัจจัยจากญาติโยม อย่างนี้ เขาเรียกว่า มหาโจร พฤติกรรมอย่างนี้เป็นการเที่ยวบิณฑบาตโดยละโมบ (โลลุปจาร)
ที่พูดอย่างนี้ ไม่ได้อิจฉาพระนะครับที่มีญาติโยมนำอาหารมาใส่บาตรมากมาย แต่ที่พูดนี้เพียงเพื่อจะบอกว่าเป็นพระก็ควรที่จะรู้จักประมาณในการฉัน เพื่อยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้น มิใช่เพื่ออย่างอื่น
ในความเห็นส่วนตัวไม่อยากเห็นภาพพระสงฆ์ต้องมายืนบิณฑบาตในลักษณะแบบนี้ครับ เลิกได้ก็ควรเลิกเถอะ มองยังไงก็ไม่งามตา มองอย่างไรก็ไม่โสภา
ดีไม่ดีชาวบ้านหมั่นไส้พูดจาเสียดสีเอาได้ เคยมีบางคนใช้คำพูดรุนแรงใส่ (เวลาเดินผ่านพระก็บ่นแบบหมั่นไส้) เช่น เหมือนเปรตขอส่วนบุญ ทำตัวยังกะขอทาน อย่างนี้เป็นต้น
ในฐานะคนเคยบวช ฟังคำนี้แล้วเจ็บจี๊ดข้างในครับ
ผมเองอยู่แถวสาธุประดิษฐ์และที่ถนนสาธุประดิษฐ์ด้านหน้าตลาดรุ่งเจริญเป็นที่หนึ่งที่พระและสามเณรมักจะมายืนรอรับบิณฑบาตจากญาติโยมตั้งแต่เช้ามืดไปจนถึง 8 โมงถึง 8 โมงครึ่ง บางรูปก็อาจเลยไปถึง 9 โมง บางวันเป็นเช่นนั้น
ทั้งนี้ ท่านจะยืนประจำการทุกวัน ประมาณวันละ 34 รูป และเป็นรูปเดิมๆ ตลอด โดยจุดที่ยืนก็อยู่ใกล้ๆ กับร้านแม่ค้าพ่อค้าที่ขายของใส่บาตรนั่นเอง
คนใส่มากใส่น้อยเป็นบางวัน แต่ถ้าวันไหนวันพระและตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และถ้าตรงกับเงินเดือนออกด้วย คนจะยิ่งใส่บาตรไม่หวาดไม่ไหว บางรูปของใส่บาตรมีเป็นสิบๆ ถุงอยู่รายรอบตัวจะออกจากจุดยืนได้ต้องให้คนช่วยเคลื่อนย้ายถุงออกก่อน
เห็นแล้วก็ต้องบอกว่ามันเยอะเกินความต้องการจริงๆ อย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าท่านจะเอาไปทำอะไรนะ ฉันรูปเดียวไม่หมดแน่นอน บางวันเลี้ยงพระทั้งวัดยังได้เลย
แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นและมองแล้วไม่อยากใส่บาตร คือขณะให้พรปากสักแต่ให้เสียงดังเหมือนจะแข่งกันว่าใครจะดังกว่า สายตาก็เหลียวซ้ายแลขวาตลอดเหมือนไม่ตั้งใจทำดูแล้วไม่สำรวม
ผมเองเคารพในท่านที่ใส่บาตรและเคารพในศรัทธาของท่านเสมอที่ท่านไม่ได้คิดโน่นคิดนี่ แต่อยากทำบุญจริงๆ แต่ผมก็อยากจะบอกว่า บางครั้งการทำบุญในเมื่อเรามีจิตที่ดี มีไทยธรรมบริสุทธิ์แล้ว ถ้าได้ทำกับปาฏิคาหก (ผู้รับ) ที่ดีเราจะได้บุญยิ่งขึ้นไปด้วย







