
ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ผู้รู้ลึกในด้านสังคม-วัฒนธรรม (จบ)
ด้วยความรู้ความสามารถรอบด้าน ทำให้ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ มีโอกาสได้ทำงานที่ถนัดหลายด้าน
ด้วยความรู้ความสามารถรอบด้าน ทำให้ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ มีโอกาสได้ทำงานที่ถนัดหลายด้านและมีความเจริญก้าวหน้าทางราชการตลอดมา จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เป็นศาสตราจารย์ในปี 2526 ได้เป็นศาสตราจารย์พิเศษระดับ 11 ในปี 2532 ได้รับเชิญให้เป็นศาสตราจารย์อาคันตุกะ (Vsiting Professor) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก ในปี 2533 และที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ในปี 2551
ตลอดชีวิตราชการ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ได้ผ่านการทำงานมาอย่างหลากหลาย เช่น เป็นผู้อำนวยการคนแรกของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. 2535-2541) และผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (2528-2534)
มีบทความวิจัยในวารสารนานาชาติ 140 เรื่อง ผลงานที่สำคัญคือการค้นพบโครงสร้างของเอ็นไซม์ที่เป็นเป้าหมายของยามาลาเรียประเภทแอนติโฟเลต ทำให้สามารถออกแบบและสังเคราะห์ยาใหม่ที่มีฤทธิ์ต่อเชื้อที่ดื้อยาได้ ซึ่งยา P218 ที่ได้พัฒนาขึ้นมากำลังได้รับการทดสอบโดยองค์การ MMV (Medicines for Malaria Venture) เพื่อเป็นยามาลาเรียตัวใหม่
หนึ่งในผู้ริเริ่มปรับปรุงนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จนมีการจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน ในปี 2522 ร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่แผนที่ 4 นอกจากนี้ยังร่วมจัดตั้งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และเป็นกรรมการนโยบายและบริหาร (จากปี 2528) เป็นผู้ยกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
กรรมการผู้ก่อตั้งและประธาน (2542-2546) บัณฑิตสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (Thai Academy of Science and Technology) เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2548-2549) ประธานกรรมการ มูลนิธิพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (จาก 2545) ประธานโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน ของ สวทช. (2540-2549) ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (จาก 2552) กรรมการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม กรรมการสาขาเคมีและเภสัชของคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ กรรมการสภาการศึกษาแห่งชาติ (จาก 2547) และกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (จาก 2552) กรรมการบริหาร โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (จาก 2552) ประธานคณะกรรมการบริหารและกำกับทิศทางความร่วมมือทางวิชาการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (จากปี 2555)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง กรรมการของธนาคารกสิกรไทย (2543-2557)
บรรณาธิการคนแรก (2517-2526) ของ Journal of the Science Society of Thailand และเป็นบรรณาธิการอีกครั้งหนึ่ง (2542-2543) โดยเปลี่ยนชื่อวารสารเป็น ScienceAsia เป็นบรรณาธิการ ASEAN Journal on Science and Technology for Development (2534-2535)
เป็นประธาน Subcommittee on Infrastructure and Resources Development, ASEAN Committee on Science and Technology (25425) กรรมการของ Scienific and Technical Advisory Committee ของ Special Programme for Research and Training in Tropical Diseases องค์การอนามัยโลก (2543-2546) กรรมการที่ปรึกษาของโครงการ Grand Challenges for Global Health ของมูลนิธิ Bill and Melinda Gates Foundation (2546-2553) กรรมการที่ปรึกษาของโครงการ Drugs for Neglected Diseases Initiative (2546-2549) Fellow, Third Word Acaemy of Science (2535), Foreign Fellow, Australian Academy of Technological Science and Engineering (2540)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (25492551) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2550-2551) และรองนายกรัฐมนตรี (2557)
ได้รับรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น” จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ (2557) รางวัล ASEAN Science and Technology Meritorious Service Award จากองค์การอาเซียน (2541) รางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น (2545) รางวัลผลงานวิจัยเกียรติยศ สกว. ประเภทรางวัลผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์ชีวภาพที่ได้รับการอ้างอิง (citation) สูงสุด (2546) รางวัล Nikkei Asia Prize for Science,Technology and Innovation จากนิกเกอิ ญี่ปุ่น (2547) ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของชาติโดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (2547) รางวัลมหิดลทยากร (2548) หนังสือพิมพ์ The Nation ได้จัดให้เป็น 1 ใน 35 คนผู้มีบทบาทสูงต่อประเทศไทยในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา (2549) และหนึ่งใน “most internationally acclaimed Thais” (2554)
ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ชีวเคมี) มหาวิทยาลัยมหิดล (ชีวเคมี) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ชีวเคมี) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เคมี)
ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือกและมหาวชิรมงกุฎ
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ยังเป็นผู้ศึกษารู้ลึกในด้านการศึกษาสังคม ศิลปะ วัฒนธรรม ภาษา และวรรณกรรม ทั้งตะวันออกตะวันตก สามารถนำความรู้ความเข้าใจเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมการศึกษา ตลอดจนความแปลกแยกทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายมิติ
ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ และรองศาสตราจารย์ อรชุมา ยุทธวงศ์ มีบุตรธิดา 2 คน คือ ณมน และ รสา ยุทธวงศ์ ธิดาคนโตคือ ณมน ได้รับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชื่อดังสหรัฐอเมริกา กลับมารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในขณะนี้ ส่วนบุตรชายคนเล็ก รสา จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารจัดการภาคภาษาอังกฤษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่มีความสนใจจะประกอบอาชีพเป็นนักบินพาณิชย์ จึงทำงานเป็นนักบินของบริษัท การบินไทย
บุตรธิดาทั้งคู่สมรสแล้ว แต่ยังไม่มีทายาทให้ปู่ย่า ตายาย ได้ชื่นชม







