
ผบช.ภาค8เชื่อพยานไม่เผยข้อเท็จจริงทั้งหมด
ผบช.ภ.8เร่งตรวจสอบหลักฐานเชื่อมโยงคนร้าย เชื่อพยานยังไม่พูดข้อเท็จจริงทั้งหมด เร่งติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางออกจากเกาะ
ผบช.ภ.8เร่งตรวจสอบหลักฐานเชื่อมโยงคนร้าย เชื่อพยานยังไม่พูดข้อเท็จจริงทั้งหมด เร่งติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางออกจากเกาะ
ความคืบหน้าคดีคนร้ายฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 8 ส่วนหน้า(ศปก.ภ.8 สน)เกาะเต่า โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภาค 8 เปิดเผยว่า ล่าสุดได้พยานหลักฐานบางอย่างที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวพันกับกลุ่มผู้ต้องสงสัย โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่งานพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบหาความเชื่อมโยงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเกาะเต่าที่มีอยู่ทั้งหมด 355 ตัวมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของกล้องแต่ละตัวจนพบว่ามีบุคคลที่เข้าข่ายต้องสงสัยเป็นคนไทยและจะต้องมีการตรวจสอบซ้ำอย่างน้อย 50 คน
พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวว่า บุคคลดังกล่าวอยู่ในบริเวณรัศมี 600 เมตรจากที่เกิดเหตุ และปรากฏตัวในเวลา 02.00-04.00 น.บริเวณ ผับ ที่เหยื่อไปใช้บริการก่อนถูกฆาตกรรม ซึ่งตอนนี้การติดตามตัวกลุ่มบุคคลในกลุ่มเป้าหมายยังได้ไม่ครบทุกคน และบางคนหายไปโดยไม่มีเหตุความน่าเชื่อถือ เบื้องต้นชุดสืบสวนสันนิษฐานว่า คนที่หายไปจากเกาะเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยไว้ก่อน ล่าสุดได้มีการขยายพื้นที่สืบสวนหาบุคคลเป้าหมายจากเกาะเต่าไปยัง อ.เกาะสมุย อ.ดอนสัก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และแถบชายฝั่ง จ.ชุมพร โดยเฉพาะเป้าหมายในกลุ่มคนไทยจากนอกพื้นที่ที่เข้าไปทำงานบนเกาะเต่า
"ทุกคนที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุทั้งพยานและผู้ที่พยายามแสดงตัวบอกตำรวจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงขอบอกว่าตอนนี้ทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้ต้องสงสัย ตำรวจจึงต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะการทำงานทุกอย่างต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ จากนี้เรียกว่า เกมวัดใจ ถ้าเจอตัวจริงก็เจอเลย"พล.ต.ท.ปัญญา กล่าว
พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวและว่า เนื่องจากตำรวจที่ลงไปสืบสวนทำคดีไม่ใช่คนท้องถิ่นการสืบสวนจึงไม่ง่าย แต่ถ้ายังมีพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ไม่ยอมบอกข้อเท็จจริงกับตำรวจ และมีการปกปิดความจริงบางอย่าง เช่น บุคคลที่ตื่นขึ้นมาในช่วงเกิดเหตุแล้วปรากฏในภาพวงจรปิดเราก็ต้องสงสัยก่อนว่า เขาตื่นขึ้นมาทำอะไรแล้วไปยังบริเวณที่เกิดเหตุทำไม เราจึงต้องการคำตอบนี้แต่เมื่อคนในพื้นที่ยังไม่ยอมให้ความร่วมมืออย่างนี้คดีก็จะยังคลี่คลายไม่ได้
พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้บีบวงแคบลงเหลือกลุ่มผู้ต้องสงสัยประมาณ 20 คน และมีบางส่วนได้จัดเก็บ ดีเอ็นเอกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เป็นแรงงานต่างด้าว และคนไทยส่งไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในร่างของ ผู้เสียชีวิตและก้นบุหรี่ที่พบใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะนี้กำลังรอผลจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะรู้ผลในคืนนี้







