
สิงห์พร้อมลุยอสังหา4โครงการ1.2หมื่นล.
สิงห์เปิดแผนรุกธุรกิจอสังหาฯ ประเดิมผุด 4 โครงการมูลค่าแตะ 1.24 หมื่นล้าน พร้อมดึงมือดีเสริมทัพ
สิงห์เปิดแผนรุกธุรกิจอสังหาฯ ประเดิมผุด 4 โครงการมูลค่าแตะ 1.24 หมื่นล้าน พร้อมดึงมือดีเสริมทัพ
นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัท สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า กลุ่มสิงห์ฯ มีแผนจะลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน และค้าปลีก โดยมองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยมีศักยภาพ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก และถึงเวลาที่สิงห์ฯ มีความพร้อมที่จะลงทุนในธุรกิจนี้ โดยการทำธุรกิจของกลุ่มสิงห์ฯมากว่า 80 ปีทำให้มีพันธมิตรที่มีศักยภาพที่จะส่งเสริมการเข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสิงห์ฯได้ดี
“แนวทางการทำธุรกิจของสิงห์ เอสเตทเปิดกว้างทั้งอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขาย และเพื่อให้เช่า โดยในส่วนของเพื่อขาย หลายคนอาจถามว่าเสียดายที่ดินเดิมที่มีอยู่ไหม ต้องตอบว่า ถ้าเป็นอะไรที่ดี พัฒนาแล้วส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย ก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย” นายจุตินันท์ กล่าว
สำหรับการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในแผนที่จะขยายกลุ่มธุรกิจรองของกลุ่มสิงห์ให้มาก จากปัจจุบันมีประมาณ 35% ของรายได้ทั้งหมด ยังไม่นับรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่รายได้ธุรกิจหลักอยู่ที่ 65% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจว่าทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีสัดส่วนเท่าไรของรายได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ กลุ่มสิงห์ฯ ได้รายงานแผนลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เตรียมจะพัฒนา 4 โครงการใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.248 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะเริ่มก่อสร้างปี 2558 และมีแผนจะแล้วเสร็จปี 2560-2561 ประกอบด้วย 1.โครงการมิกซ์ ยูส บนที่ดินกว่า 11 ไร่หัวมุมอโศกเพชรบุรี (สถานทูตญี่ปุ่นเก่า) ประกอบด้วย อาคารสํานักงาน ค้าปลีกรวมกว่า 1.44 แสนตร.ม. มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท (ไม่รวมที่ดิน)
สำหรับโครงการที่ 2. จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ จำนวน 16 ยูนิต บนพื้นที่ 30 ไร่ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม มูลค่า 2,240 ล้านบาท โครงการที่ 3.เป็นคอนโดมิเนียม ย่านอโศก (ตรงข้ามตึกแกรมมี่ เดิมเป็นเบียร์สิงห์เฮาส์) มูลค่า 2,850 ล้านบาท และโครงการที่ 4.เป็นคอนโดมิเนียม ย่านรามอินทรา มูลค่าโครงการ 1,750 ล้านบาท
นอกจากนี้ กลุ่มสิงห์ฯ ยังได้ดึงมือดีจากวงการอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกเข้ามาเสริมทัพด้วย เช่น อดีตผู้บริหารกลุ่มซีพีเอ็น จากกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จากกลุ่มโจนส์ แลง ลาซาลล์ และเตรียมที่จะหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมธุรกิจด้วย
ด้าน นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวถึงการปรับราคาประเมินว่า จะไม่มีผลกับราคาซื้อขายจริง และไม่มีผลให้เกิดทำเลทองแห่งใหม่ด้วย เพราะราคาซื้อขายจริงในตลาดปรับตัวไปก่อนแล้ว
ทั้งนี้ เพราะในรายแปลง ณ พื้นที่นั้นๆ ที่ราคาประเมินราชการปรับขึ้นไปแล้ว แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ต้องพิจารณา ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายในการพัฒนาโครงการต่างๆ เช่น ความกว้างถนน FAR และผังสีของที่ดินแปลงนั้น จะมีให้กับราคาที่ดินด้วย โดยราคาที่ดินบางแปลง ก็สูงกว่า บางแปลงก็ต่ำกว่าราคาประเมินราชการ จากการพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เสริม
อย่างไรก็ตาม ราคาประเมินราชการจะมีผลต่อค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งส่วนของการทำธุรกรรมของภาคเอกชน และภาคประชาชน
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การปรับราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ไม่มีผลต่อการปรับขึ้นของราคาที่ดินเลย เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดไปไกลมากแล้ว โดยบางทำเลไปไกลกว่าราคาประเมินที่ดินมาก บางทำเลยังใกล้เคียงกับราคาประเมินราชการ







