
รับฟังอย่างมีสติ
แทบไม่น่าเชื่อว่าข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของไทยจะขาดความน่าเชื่อถือจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการโดยสิ้นเชิง
แทบไม่น่าเชื่อว่าข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของไทยจะขาดความน่าเชื่อถือจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการโดยสิ้นเชิง
เพราะนับตั้งแต่มีการจัดตั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จนมีการยกระดับขึ้นมาเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานนี้เป็นเสมือนฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางนโยบายและการตัดสินใจลงทุนของประเทศมาตลอด
แต่พลันเมื่อบรรดาผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวออกมาระบุว่าการจัดเก็บสถิติการท่องเที่ยวของภาครัฐในปัจจุบันไม่น่าเชื่อถือ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยว จำนวนวันพักที่แสดงออกมาไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เอกชนเห็น จึงไม่แน่ใจว่าหน่วยงานรัฐต้องการทำตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงๆ เพื่อเป็นข้อต่อรองในการของบประมาณด้วยหรือไม่
เอกชนเสนอให้ทุกฝ่ายเลิกหลอกตัวเอง ต้องยอมรับความจริงว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไม่ใช่ภาวะปกติ จึงไม่มีทางที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะสูง หน่วยงานของรัฐจึงควรทำให้สถิติสะท้อนความจริง เพื่อที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้วางแผนการท่องเที่ยววันข้างหน้าได้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นสถิติท่องเที่ยวของไทยจะกลายเป็นสถิติที่องค์กรท่องเที่ยวระดับโลกขาดความเชื่อถือ
ข้อทักท้วงของเอกชนในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลของภาครัฐในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงและเป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อย
ต้องไม่ลืมว่าอุตสาหกรรมภาคบริการด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทย และเป็นภาคที่เข้ามาชุบชีวิตในยามเศรษฐกิจในภาพรวมเกิดวิกฤตมาตลอด
รายได้ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ก็มีอัตราการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจนขยับขึ้นมาถึง 2.2 ล้านล้านบาทในปีนี้ แม้ว่าในบางช่วงเวลาของวิกฤตทางการเมืองจะดึงให้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้โดยรวมลดลงบ้าง แต่รายได้จากการท่องเที่ยวก็มักจะเข้ามาพยุงเศรษฐกิจของประเทศอยู่เสมอ
เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้น สามารถสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมในระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนสม่ำเสมอ
รายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำที่สุดในระบบการผลิตได้กระจายไปครอบคลุมเสาหลักของการท่องเที่ยวซึ่งประกอบไปด้วย สายการบิน โรงแรม บริษัทท่องเที่ยว บริษัทสำรองห้องพัก สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง ร้านอาหาร และกระจายลงไปในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ดีที่สุด
หากฐานข้อมูลด้านสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว และสถิติการใช้จ่ายของกลุ่มนักท่องเที่ยวบิดเบี้ยวแล้ว ย่อมนำมาซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์ในการลงทุน การพัฒนาพื้นที่ และการขยายธุรกิจให้ตอบสนองกับความต้องการของผู้มาท่องเที่ยวผิดพลาดไปด้วย
ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเลิกใช้ทิฐิและตระหนักในข้อเสนอแนะดังกล่าว และนำข้อทักท้วงดังกล่าวไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะพากันตกเหวไปทั้งขบวน การกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศนั้น ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการตัดสินใจก่อนกำหนดนโยบายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด







