
"ประยุทธ์" พลิกตำราแก้เศรษฐกิจฝืด
ภาวะเศรษฐกิจขาลงกำลังเป็นปัญหาท้าทายความสามารถของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะสามารถบริหารประเทศให้ความย่ำแย่ของเศรษฐกิจ
ภาวะเศรษฐกิจขาลงกำลังเป็นปัญหาท้าทายความสามารถของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะสามารถบริหารประเทศให้ความย่ำแย่ของเศรษฐกิจที่ได้รับจากปัญหาการเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวได้หรือไม่
การขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวอย่างมหาศาล และหนี้ครัวเรือนในอัตราที่สูงถึง 80.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็นสาเหตุที่ทำให้การใช้จ่ายในประเทศสลบไม่ฟื้น การส่งออกไม่ดี ทำให้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนฟันธงตรงกันว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตได้เพียง 1.52% เท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยอาจจะขยายตัวไม่ถึง 2% รัฐบาลพยายามหามาตรการออกมาใช้ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำน้อยที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องเหล่านี้ มีการประชุม มีการพูดคุยมีการหารือมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ มากมายแต่ทุกอย่างทำทันทีไม่ได้เว้นแต่เรื่องที่เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ง่ายๆ
ทั้งนี้ แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเน้นในระดับชุมชน เร่งรัดให้แต่ละกระทรวงผลักดันโครงการลงทุนที่ยังค้างอยู่ออกไปโดยเร็ว เร่งใช้เงินค้างท่อจากงบประมาณปี 2557 ที่เหลืออยู่กว่าแสนล้านบาท ออกไปลงทุนเพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบใน 3 เดือน ให้ทั่วถึงทุกภูมิภาคของประเทศ และเน้นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคเสริมสร้างความเข้มแข็งในแต่ละชุมชน สร้างอาชีพและรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ยกระดับการศึกษาในชุมชนรัฐบาลได้สั่งการเร่งด่วนให้แต่ละกระทรวงไปตรวจสอบว่ามีโครงการใดบ้างที่ยังไม่ได้ดำเนินการและจะต้องมีการปรับแผนหรือยังไม่ได้ทำสัญญาจ้างงาน เพื่อจะได้เร่งใช้งบลงทุนในปี 2557 ที่ยังมีเหลืออยู่กว่าแสนล้านบาทไปกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและจ้างงานได้ทันทีภายใน 3 เดือนนี้ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 เดือนที่เหลืออยู่ ได้กำหนดไปแล้วว่าจะให้ทำอะไรบ้าง เพื่อจะเป็นการจ้างงานเป็นการขับเคลื่อนและมีเม็ดเงินออกมาสู่พื้นที่
นอกนั้นแล้วรัฐบาลจะเร่งทำสัญญาจ้างงานกับสำหรับโครงการขนาดเล็กต่างๆ ให้นำเงิน 5 หมื่นล้านบาทจากงบประมาณปี 2558 มาใช้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่นและเป็นการสร้างรายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมาตรการชุดกระตุ้นเศรษฐกิจนี้จะมีการประกาศภายในสัปดาห์หน้า
ขณะที่รัฐบาลกำลังสาละวนกับการหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้แย่เกินคาดหมาย การส่งออกปีนี้จะขยาย 0% เพราะมีข้อจำกัดในการผลิตเพื่อส่งออก และเศรษฐกิจคู่ค้าโดยเฉพาะยุโรปกับญี่ปุ่นยังขยายตัวต่ำ การท่องเที่ยวหดตัว และความเสี่ยงที่จะเบิกจ่ายงบประมาณช้าทำให้จีดีพีโตแค่ 1.5%
เท่านั้นยังไม่พอ ปัจจัยลบในปีนี้จะติดตามไปในปีหน้าด้วย ทำให้ ธปท.ลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2558 ลงจาก 5.5% เหลือ 4.8% แต่ประชาชนสบายใจได้ เพราะอัตราการขยายตัวของเงินเฟ้อในปีหน้าจะลดลง เนื่องจากปัจจัยด้านพลังงานแพงทำให้เงินเฟ้อในปีนี้สูง จะไม่มีผลต่อเงินเฟ้อปีหน้า คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไปของปีหน้าจะลดลงเหลือ 2.1% จากปีนี้ที่อยู่ในระดับ 2.2% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลงเหลือ 1.3% จาก 1.6% ในปีนี้
เมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. เลขานุการ กนง. กล่าวว่า ธปท.จะดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ
“ปีนี้ธปท.จะยังคงประมาณจีดีพีไว้ที่ 1.5% ภายใต้คาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.6% จากเดิมที่ไว้ 1.7% ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง ส่วนเงินเฟ้อทั่วปีนี้คาดไว้ที่ 2.2% จากเดิมที่ 2.6% ขณะที่ปีหน้าคาดว่าจีดีพีจะต่ำลงเหลือ 4.8% จากเดิมที่คาดไว้ 5.5% โดยปัจจัยที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังเป็นการใช้จ่ายของภาคเอกชนในประเทศ และการลงทุนภาครัฐ” นายเมธีกล่าว
ทั้งนี้ การประเมินเศรษฐกิจของ ธปท.ยังไม่รวมผลการลงทุนภาครัฐที่มีแผนจะลงทุนในระยะต่อไปไว้ในคาดการณ์จีดีพี เนื่องจากโครงการยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การที่ภาครัฐสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ และนโยบายและการใช้จ่ายภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนได้ เพราะขณะนี้การใช้จ่ายของครัวเรือนในสินค้าไม่คงทนปรับดีขึ้นแม้ว่าหนี้ครัวเรือนจะยังค่อนข้างสูง ขณะที่การลงทุนโดยเฉพาะภาคก่อสร้างค่อยๆ ฟื้นตัว
จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมมีมาตรการที่สำคัญ คือ เรื่องการออกใบอนุญาตใบอาชญาบัตรและประทานบัตรเหมืองแร่ ซึ่งล่าสุดได้ลงนามอนุมัติไปแล้วประมาณ 100 ฉบับ ซึ่งการอนุมัติครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการสร้างงาน และมีผลต่อการเพิ่มวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่อยอด เช่น ปูน หินทราย ทำให้เกิดการผลิตเพิ่มขึ้น







